การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐที่สุด แต่โรคภัยไข้เจ็บไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์นั้นหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเกิดป่วยขึ้นมา การได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพก็คงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้โอกาสเข้าถึงการรักษาที่ดี ซึ่งรวมถึงนักบินอวกาศด้วยเช่นกัน เนื่องจากในปัจจุบันโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พวกเขาที่สุดก็อยู่ห่างไปกว่า 400 กิโลเมตร แล้วถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินที่นักบินอวกาศต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนล่ะ

Ultrasound คืออะไร

Ultrasound คือคลื่นเสียงที่มีความถี่สูงกว่าที่หูของมนุษย์จะสามารถได้ยินเสียงเหล่านั้นได้ ซึ่งคลื่นเสียงเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากมายต่อวงการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจบุตรในครรภ์มารดาเพื่อดูอัตราการเจริญเติบโต หรือการตรวจดูเนื้องอก การอักเสบของอวัยวะภายในร่างกาย

การถ่ายภาพ Ultrasound เป็นหนึ่งวิธีในการวินิจฉัยที่รวดเร็ว ปลอดภัยและเป็นสากลที่สุดที่เคยคิดค้นขึ้นมาเลยก็ว่าได้ การใช้เทคโนโลยีราคาแพง ๆ เช่น X-ray เป็นการถ่ายภาพแบบ real time ซึ่งจะต้องถ่ายภาพลงบนแผ่นฟิล์มแล้วแปลงเป็นสัญญาณเป็นภาพดิจิตอล เพื่อจะนำมาวินิจฉัยอาการนั้นเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อน ส่วนการถ่ายภาพด้วย Ultrasound นั้นจะใช้หลักการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูง แปลงคลื่นเสียงให้เป็นภาพอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายด้วยคอมพิวเตอร์ แล้วปรากฏบนจอมอนิเตอร์ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในกระบวนการลงมามากกว่าเดิม

รู้จักกับ ADUM ระบบที่พัฒนามาจาก Ultrasound

บนพื้นโลกการ Ultrasound ถูกนำมาใช้เป็นประจำในการตรวจการตั้งครรภ์ การท้องและการตรวจโรคถุงน้ำดีหรือโรคเส้นเลือดอุดตัน รวมถึงการตรวจปอด กระดูกที่หัก การบาดเจ็บที่ตา หรือศีรษะ ทางทีมพัฒนา ADUM ก็ได้พัฒนาเทคนิค Ultrasound แบบง่าย ๆ ที่สามารถใช้ในการวินิจฉัยโรคต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำกว่าการเอ็กซ์เรย์บนพื้นโลก

และนอกจากได้ทำการทดลองใช้ ADUM บนพื้นโลกแล้ว สูงขึ้นไปเหนือพื้นดินประมาณ 400 กิโลเมตร ทีมพัฒนาโครงการ ADUM ก็ได้นำเครื่อง Ultrasound นี้ขึ้นไปใช้กับนักบินอวกาศที่ทำงานอยู่บนสถานีอวกาศแห่งชาติเหมือนกัน

คุณ Leroy Chiao ทำการตรวจ Ultrasound บริเวณดวงตา ที่มา – NASA

ระบบ ADUM ที่ถูกพัฒนาขึ้นจะมีภาษาที่ใช้อยู่ 2 ภาษาได้แก่ ภาษาอังกฤษและภาษารัสเซีย มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผล มันประกอบไปด้วยโปรแกรม Ultrasound ระบบฝึกฝนการใช้งานระยะสั้นที่จะสอนการใช้งานภายในสองถึงสามชั่วโมงแก่นักบินอวกาศ หลักการ Ultrasound ขั้นพื้นฐานและขั้นสูง ข้อมูลเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ หลักการและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญระยะไกลรวมกันไว้

แนวคิดหลักที่พัฒนาโดยทีม ADUM คือวิธี “การให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญระยะไกล” ของการตรวจ Ultrasound ซึ่งเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญระยะไกลกับผู้ตรวจในสถานที่ที่ไกลออกไป โดยที่วิดีโอจากเครื่อง Ultrasound จะถูกส่งไปยังผู้เชี่ยวชาญระยะไกลผ่านการเชื่อมต่อดาวเทียมหรืออินเทอร์เน็ต และผู้ที่ทำการตรวจจะได้รับคำแนะนำผ่านโปรแกรมเสียง

นอกจากจะเป็นช่างถ่ายรูปประจำสถานีอวกาศนานาชาติแล้ว นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ ก็ยังต้องมีความชำนาญในการใช้ Ultrasound ด้วย โครงการ ADUM นี้ทำให้นักบินอวกาศต้องทำการตรวจ Ultrasound เพื่อทดลองความแม่นยำในการวินิจฉัยของเทคโนโลยี Ultrasound และประเมินความเป็นไปได้ในการใช้งานเพื่อตรวจอวัยวะและสุขภาพของพวกเขาเอง โดยการทดสอบเหล่านี้นักบินอวกาศจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์บนพื้นโลก

จากอวกาศลงมาสู่โลก ระบบ ADUM ลงมาใช้กับมนุษย์เดินดิน

ทีมพัฒนา ADUM ได้ปรับปรุงระบบการฝึกอบรมและเทคนิคการใช้งานเครื่อง Ultrasound จากระยะไกลที่พัฒนาขึ้นสำหรับสถานีอวกาศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแพทย์บนโลก

ผู้ฝึกสอนกีฬาที่ไม่ใช่แพทย์ของทีมดีทรอยต์ เรด วิงส์ (Detroit Red Wings hockey team) และทีมเบสบอลดีทรอยต์ไทเกอร์ได้รับการสอนเทคนิคการใช้งานอัลตราซาวด์ขั้นสูงเพื่อช่วยนักกีฬาที่อาการบาดเจ็บด้วยอุปกรณ์ Ultrasound แบบพกพาถูกติดตั้งภายในสนามกีฬาและพัฒนาให้สามารถตรวจครอบคลุมอาการบาดเจ็บของนักกีฬาจากการเล่นกีฬาทั่วไป ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้มีการเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลเพื่อให้สามารถส่งข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงทีและทางแพทย์สามารถรับรู้อาการของผู้บาดเจ็บได้โดยรวดเร็วและมีความถูกต้อง ช่วยลดเวลาในการวินิจฉัยโรคได้

ซึ่งหลังจากการฝึกอบรม ผู้ฝึกสอนด้านกีฬาของทีมทั้งสองสามารถตรวจและหาจุดบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อกระดูกและข้อต่อของนักกีฬาได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำ ซึ่งเป็นผลที่น่าพึงพอใจ นักวิจัยของ ADUM จึงได้ขยายการฝึกอบรมเหล่านี้ไปยังสถานที่ฝึกอบรมนักกีฬาอื่น ๆ ได้แก่ Torino, Beijing และ Vancouver อีกด้วย

นักปีนเขา Everest ได้ใช้เครื่อง Ultrasound ตรวจปอดเพื่อหาอาการน้ำท่วมปอดจากความสูงพร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากระยะไกล ที่มา – NASA

นอกจากนี้ ยังมีนักปีนเขาที่อยู่ห่างไกลออกไป เช่นภูเขา Everest หรือใน Arctic Circle ทีมพัฒนาของ ADUM ยังได้พัฒนาเครื่อง Ultrasound แบบพกพาด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีการเชื่อมต่อเจ้าเครื่องพกพาตัวนี้เข้ากับผู้เชี่ยวชาญผ่านทางดาวเทียมด้วยคอมพิวเตอร์

ความสามารถของเครื่อง Ultrasound บวกกับความสามารถจากการเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นอุปกรณ์ที่จะทำให้การแพทย์ของเราเจริญมากยิ่งขึ้นอีกทั้งยังช่วยรักษาชีวิตของเพื่อนมนุษย์ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว ซึ่งทำให้อุปกรณ์ตัวนี้เป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้ทีม ADUM นั้นพัฒนาอุปกรณ์ชนิดนี้เพื่อให้เป็นที่แพร่หลายและใช้งานได้อย่างง่ายดาย มาพร้อมกับความสามารถในการพกพาไปได้ทุกที่ทั่วทุกมุมโลก ทำให้มันเป็นตัวช่วยสำคัญต่อการวินิจฉัยอย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะบนโลกหรือนอกโลกก็ตาม

เราเริ่มต้นจากสิ่งมีชีวิตที่ไฝ่และฝันทุกคราเมื่อมองไปบนท้องฟ้า จนเกิดความทะเยอทะยานจะไปอยู่ท่ามกลางดวงดาราบนนั้น และในตอนนี้ ที่มนุษย์อยู่อาศัยบนอวกาศมาต่อเนื่องกว่า 19 ปี ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าเราพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาได้โดยตลอด และแม้ว่าชีวิตเราอาจไม่ได้มีโอกาสขึ้นไปใช้งานมันถึงบนอวกาศ แต่ผลพลอยได้จากการพัฒนาในครั้งนี้ ก็จะส่งผลให้กับพวกเราทุกคนบนโลกได้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำขึ้นไปอีกขั้นเลย

อ้างอิง

Advanced Ultrasound For the Space Program and on Earth



บทความที่เกี่ยวข้อง