Exploration สรุปการทดสอบ จรวด Long March 5B และยานอวกาศรุ่นใหม่ ก้าวแรกสู่ Deep Space ของจีน
สรุปการทดสอบ จรวด Long March 5B และยานอวกาศรุ่นใหม่ ก้าวแรกสู่ Deep Space ของจีน

Chottiwatt Jittprasong

สรุปการทดสอบ จรวด Long March 5B และยานอวกาศรุ่นใหม่ ก้าวแรกสู่ Deep Space ของจีน

May 6, 2020

เมื่อเช้าวันที่ 5 พฤษภาคม 2020 เวลา 10:00 UTC จีนได้ทดสอบปล่อยจรวดรุ่นใหม่พร้อมกับต้นแบบของยานอวกาศสำหรับภารกิจ Deep Space แบบมีมนุษย์ควบคุมจากฐานปล่อย Wenchang ทางตอนใต้ของประเทศจีน จรวดที่ใช้ปล่อยมีชื่อว่า Long March 5B ซึ่งเป็นจรวดที่มีต้นแบบมาจาก Long March 5 จรวด Long March 5B มี Boosters ขนาบข้างอยู่ทั้งหมด 4 อันไว้สำหรับเพิ่มแรงยกขณะ Lift-off ทำให้จรวดใน Variant Long March 5 เป็นจรวดชนิด Heavy-Lift Launch System ซึ่งสามารถเทียบได้กับจรวดอย่าง Falcon 9, Ariane 5 และ Delta IV Heavy เลยทีเดียว จรวด Long March 5 รุ่นแรกถูกปล่อยเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2016 และรุ่นต่อมาซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงคือ Long March 5B ก็พึ่งถูกปล่อยครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2020 นี้นี่เอง

จรวด Long March 5B แตกต่างจากจรวด Long March 5 แบบเดิมตรงที่จรวด Long March 5 จะเป็นเป็น Two-Stage-To-Orbit (TSTO) ซึ่งหมายความว่าจรวดมี 2 Stages แต่ใน Long March 5B จรวดถูกดัดแปลงให้กลายเป็น Single-Stage-To-Orbit (SSTO) โดยเหลือแต่ Core Stage กับ Boosters ขนาบข้าง ส่วนพื้นที่ที่แต่เดิมเป็น Second stage ก็ถูกแปลงให้กลายเป็นพื้นที่ใส่ Payload ขนาดใหญ่แทน ทำให้มันสามารถส่ง Payload ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่าง Module สถานีอวกาศแทน

การปล่อยจรวด Long March 5B วันที่ 5 พฤษภาคม 2020 ที่มา – CNSA

ซึ่งใน Flight เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2020 นี้ซึ่งใช้จรวด Long March 5B ถือเป็น Flight ที่ 4 ของจรวดกลุ่ม Long March 5 บนจรวดก็คือต้นแบบยานอวกาศแบบมีมนุษย์ควบคุมรุ่นใหม่ (Crewed Spacecraft) แต่ยังไม่มีมนุษย์ควบคุมเพราะเป็นการทดสอบ ยานรุ่นนี้ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการและยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการ สื่อต่าง ๆ จึงให้ชื่อว่า Next-Generation Crewed Spacecraft ซึ่งมีความสามารถต่าง ๆ คล้ายยาน Orion ของ NASA ไว้สำหรับส่งมนุษย์ขึ้นไปวงโคจร LEO หรือ ดวงจันทร์ในอนาคต ซึ่งการปล่อยยานในครั้งนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเมื่อยาน Next-Gen ของจีนเข้าสู่วงโคจร LEO ได้ ซึ่งการปล่อยในครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบทั้งจรวด Long March 5B และยาน Next-Gen ของจีนไปด้วยในตัว

คุณ Loren Grush แห่ง The Verge วิเคราะห์ว่ายาน Next-Gen ของจีนมีสองส่วนแยกกันคล้ายยาน Orion ซึ่งมีส่วน Crew Module และส่วน Service Module สำหรับการขับเคลื่อน Crew Module สามารถรับนักบินอวกาศได้สูงสุดถึง 6 คน และสามารถดัดแปลงให้จำนวนลูกเรือลดเหลือ 3 คนเพื่อขน Payload ขึ้นไปเพิ่มได้อีก 500 กิโลกรัม โครงสร้างบางส่วนของ Module ถูกออกแบบให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่ง CMSEO (China Manned Space Engineering Office) ของจีนกล่าวว่ามันจะถูกเอาไปใช้สำหรับการไปดวงจันทร์ภายในปี 2030

Next-Generation Crewed Spacecraft ขณะกำลังทดสอบ – ที่มา CAST

ซึ่งก่อนการทดสอบ Long March 5B และยาน Next-Generation ในครั้งนี้จีนก็ประสบความล้มเหลวมามากมายอย่าง จรวด Long March 5 ใน Flight ที่ 2 (Long March 5 Y2) ถูกปล่อยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2017 ซึ่งหลังจาก Lift-off ได้เพียงแค่ 6 นาที เครื่องยนต์หลักใน Core stage ของจรวดก็สูญเสียกำลังส่ง (Loss of thrust) อย่างกระทันหันทำให้ยานไปไม่ถึงวงโคจรและตกลงมหาสมุทรในที่สุด ซึ่งความล้มเหลวในครั้งนี้ทำให้โครงการ Long March 5 รวมถึงโครงการอื่น ๆ ของจีนต้อง Delay ไปกว่า 2 ปี

สถานีอวกาศของจีนในปี 2021 พร้อม Core Cabin Module เรีบกว่า Tianhe – ที่มา Craigboy

การทดสอบในครั้งนี้ยังเกี่ยวข้องกับการทดสอบความสามารถของ Launch system ในการเตรียมปล่อยโมดูลชื่อว่า Tianhe ซึ่งเป็น Core Module ของสถานีอวกาศจีนในอนาคตอีกด้วยเพราะว่ามวลของยาน Next-Gen ใกล้เคียงกับมวลของ Tianhe Core Module ซึ่งกำหนดการปล่อย Tianhe คือปี 2021 ด้วยจรวด Long March 5B

การสำรวจอวกาศห้วงลึกของจีนอาจจะยังไม่ชัดเจนแต่จีนได้ประกาศว่าจะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ถายในปี 2030 การทดสอบในครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบแรกและอาจเป็นการทดสอบครั้งสุดท้ายของการพยายามส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์หากมันล้มเหลว ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ หากมีความคืบหน้า ทางทีมงานจะอัพเดตทันที

เรียบเรียงโดย ทีมงาน SPACETH.CO

อ้างอิง

Long March 5 Heavy-Life Launch System





Read More

บทความอื่น ๆ ที่ควรอ่านต่อ



In Coversation

เรื่องราวน่าสนใจที่กำลังเป็นบทสนทนา