Featured ชีวิตในแดนอดีตศัตรู นักบินอวกาศสหรัฐฯ ในรัสเซีย ใน Star City, มอสโคว และคาซักสถาน
ชีวิตในแดนอดีตศัตรู นักบินอวกาศสหรัฐฯ ในรัสเซีย ใน Star City, มอสโคว และคาซักสถาน

Nutn0n

ชีวิตในแดนอดีตศัตรู นักบินอวกาศสหรัฐฯ ในรัสเซีย ใน Star City, มอสโคว และคาซักสถาน

June 5, 2020

เบื้องหลังกำแพงสีแดงที่ไม่มีใครอาจเอื้อมถึง กำแพงที่สูงหนาที่ปิดกั้นการสำรวจอวกาศจากทั้งสองฟากโลกในช่วงระหว่างยุค 1950 จนถึงกลางทศวรรษ 1980s สหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา คือศัตรู การสอดแนมด้วยเครื่องบินที่ออกแบบมาเป็นพิเศษอย่าง U-2 ทำให้พวกเขาได้ข้อมูลของฐานปล่อยเพียงน้อยนิด พวกเขารู้เพียงว่าพวกโซเวียตปล่อยจรวดกันกลางทะเลทรายในบริเวณที่ต่อมาถูกแบ่งเป็นเขตแดนของประเทศคาซักสถาน ยูริ กาการิน เดินทางขึ้นจากฐานปล่อยในไบคัวนอร์ คอสโมโดรม นำหน้าสหรัฐฯ เป็นชาติแรกในการสำรวจอวกาศ และพวกเขา (สหรัฐอเมริกา) ไม่รู้เลยว่าเมื่อเวลาผ่านไปครึ่งศตวรรษพวกเขาจะต้องเดินทางขึ้นสู่อวกาศจากฐานปล่อยเดียวกับกาการิน และจะต้องใช้ชีวิตในเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดินแดนศัตรู

“ซึโวสนึย” (Звёздный) ภาษารัสเซียที่แปลว่าดวงดาว ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างออกไปนับพันกิโลเมตรจากฐานปล่อย เมืองนี้เคยเป็นเมืองต้องห้ามราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่จริง อเมริกันรู้จักเมืองที่พวกเขาเรียกตามภาษารัสเซียว่า “Star City” นี้ในช่วงยุคความร่วมมือแรกระหว่างอเมริกากับโซเวียตในโครงการ Apollo-Soyuz ในปี 1985 เท่านั้น และหลังจากนั้นเป็นต้นมา มันคือบ้านให้กับนักบินอวกาศอเมริกันหลายต่อหลายคน

การปล่อยจรวด Falcon 9 ของ SpaceX ในเที่ยวบิน Crew Demo 2 ซึ่งเป็นการปล่อยจรวดพามนุษย์ขึ้นสู่อวกาศครั้งแรกในรอบ 9 ปีจากแผ่นดินอเมริกาหลังจากการปลดระวางกระสวยอวกาศในปี 2011 เป็นการปิดฉากยุคที่พวกเขาจำเป็นต้องพึ่งพายานโซยุสของรัสเซีย ยานที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่อเมริกาเคยหวาดกลัวมากที่สุดแต่เมื่อไม่มีทางเลือกพวกเขาจึงต้องยอมจ่ายเงินหลายพันล้านเหรียญเพื่อโดยสารไปด้วย และการใช้ชีวิตใน Star City อย่างเต็มรูปแบบราวกับว่าอเมริกันคือลูกหลานของนักสำรวจอวกาศโซเวียตจึงเปิดฉาก

อนุเสารีย์ของเซอเกย์ คาราลอฟ ที่มา – Andrey Shelepin/Gagarin Cosmonaut Training Center

สามเมืองสำคัญที่เราจะพูดถึงกันในตอนนี้ได้แก่ ไบคัวนอร์ คอสโมโดรม อันเป็นที่ตั้งของฐานปล่อยและการทดสอบต่าง ๆ ซึโวสนึย โกโรด (Star City) อันเป็นบ้านหลังสุดท้ายของนักบินอวกาศก่อนการเดินทาง และมอสควา เมืองหลวงของรัสเซียอันเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ของการสำรวจอวกาศ

Star City

ในหนังสือ Endurance ของ Scott Kelly นักบินอวกาศอเมริกัน ได้เล่าเรื่องราวในเมือง Star City ของรัสเซีย Kelly บอกว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ครั้งหนึ่งเมืองนี้เคยเป็นเมืองที่ถูกบอกว่าไม่อยู่จริง แต่วันหนึ่งมันกลับต้องมาเป็นบ้านของเขา และนักบินอวกาศอเมริกันอีกหลายคน 8 เดือน คือเวลาที่พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เรียนรู้ภาษารัสเซีย กิน อยู่ และซึมซับวัฒนธรรมหลาย ๆ อย่าง

การสร้างเมืองเพื่อมีวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งเป็นสิ่งที่พบได้มากในโซเวียต Star City ก็เช่นกัน นอกจากนักบินอวกาศแล้ว มันยังเป็นบ้านให้กับคนที่ทำงานที่เกี่ยวกับภารกิจสำรวจอวกาศ วิศวกร แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และอีกหลายต่อหลายตำแหน่งที่ใช้ชีวิตร่วมกันในเมืองที่มีจตุรัสกลางเมืองเป็นอนุเสารีย์จรวด

 Christina Koch คุยกับเพื่อน ๆ นักบินอวกาศของเธอ ในระหว่างงานแถลงข่าวที่ Star City ที่มา – NASA/Beth Weissinger

ในสารคดี 1 Year in Space ที่ TIME ถ่ายทำร่วมกับเที่ยวบินของ Kelly ภาพเผยให้เห็นถึงการใช้ชีวิตตามปกติของคนในเมือง มีเด็ก ๆ มาวิ่งเล่น คู่รักหนุ่มสาวกุมมือ ตกหลุมรัก และแต่งงานกัน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อาหาร เสียงดนตรี ความตลกสนุกสนานต่าง ๆ ที่เผยให้เห็นด้านของความเป็นมนุษย์ที่ครั้งหนึ่งเคยซ่อนอยู่หลังกำแพงหนาสีแดง

Ricky Arnold, Drew Feustel และ Oleg Artemyev ทำท่ารวมพลัง ในระหว่างการฝึกฝนการทำงานร่วมกับยานโซยุส ในศูนย์ฝึกที่ Star City ที่มา – NASA/Elizabeth Weissinger

นอกจากการฝึกฝนแล้ว เรายังได้เห็นธรรมเนียมปฏิบัติหลายอย่างที่เราบอกว่า ทำให้นักบินอวกาศสหรัฐฯ หรือชาติอื่น ๆ กลายเป็นลูกเป็นหลานของผู้บุกเบิกการสำรวจอวกาศ อนุเสารีย์ของนักบินอวกาศที่โด่งดัง เห็นได้ทั่วไปในเมือง Star City และเป็นเมืองที่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ไว้มากมาย

นักบินอวกาศในภารกิจ Expedition 50-51 ประกอบไปด้วย 3 นักบินจริง และ 3 ตัวสำรอง ถ่ายรูปด้วยกันข้างหน้าอนุเสารีย์วลาดิเมียร์ เลนิน ผู้ก่อตั้งสหภาพโซเวียต ที่มา – NASA/Stephanie Stoll

ชีวิต 8 เดือนใน Star City พวกเขาทุ่มเทไปกับการเรียนรู้การทำงานของระบบการสำรวจอวกาศรัสเซีย ยานโซยุส การทำงานในชุดนักบินอวกาศของรัสเซีย และ Docking ตัวยานเข้ากับสถานีอวกาศนานาชาติ โครงสร้างของตัวสถานี จรวด โดยเจ้าหน้าที่ของ NASA และ Roskosmos จะดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด

Christina Koch, Alexey Ovchinin และ Nick Hague นักบินอวกาศในภารกิจ Expedition 59 กำลังฝึก Docking ยานใน Simulator ที่มา – NASA/Victor Zelentsov

พวกเขายังถูกฝึกให้ใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม กินด้วยกัน นอนด้วยกัน ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมธรรมดา ๆ ในแบบที่มนุษย์ทั่วไปจะทำ

จตุรัสแดง มอสโคว

นักบินอวกาศจะใช้ช่วงเวลาบางส่วนในการเดินทางไปเยือนกรุงมอสโคว เมืองหลวงของรัสเซีย ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเช่นกันมาตั้งแต่การเดินทางสู่อวกาศครั้งแรกของยูริ กาการิน พวกเขาจะไปวางดอกไม้ให้กับบุคคลสำคัญในวงการประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ ณ จตุรัสแดง และเยี่ยมชมสถานที่สำคัญหลายต่อหลายที่

Nick Hague กำลังวางดอกไม้หน้ากำแพงเครมลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในธรรมเนียมก่อนการบินขึ้นสู่อวกาศ ที่มา – Gagarin Cosmonaut Training Center/Andrey Shelepin and Irina Spektor
Christina Koch ในห้องสมุดของ Sergei Korolev บิดาแห่งการสำรวจอวกาศโซเวียต หัวหน้าโครงการสำรวจอวกาศโซเวียต ที่มา Andrey Shelepin/Gagarin Cosmonaut Training Center

ฐานปล่อยในคาซักสถาน

หลังจากนั้นเมื่อวันปล่อยใกล้เข้ามาพวกเขาจะเดินทางด้วยเครื่องบินจาก Star City ไปยังฐานปล่อยที่ไบคัวนอร์ ในคาซักสถาน ซึ่งจะเป็นที่อยู่สุดท้ายของพวกเขาก่อนเดินทางขึ้นสู่อวกาศ

Christina Koch, Alexey Ovchinin และ Nick Hague เดินทางมาถึงฐานปล่อยที่คาซักสถาน ที่มา – NASA/Victor Zelentsov
นักบินอวกาศ Drew Morgan, Alexander Skvortsov และ  Luca Parmitano ถือดอกไม้เพื่อนำมาวางเคารพอนุสารีย์ Yuri Gagarin นักบินอวกาศคนแรกของโลก ที่มา – NASA/JSC

หนึ่งในธรรมเนียมที่น่าสนใจก็คือ นักบินอวกาศทุกคน ไม่ว่าจะชาติไหน เมื่อเดินทางขึ้นสู่อวกาศก่อนที่พวกเขาจะจาก แผ่นดินแห่งนี้ไป พวกเขาจะปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้น ระหว่างที่พวกเขาเดินมายังจุดปลูกต้นไม้ พวกเขาจะเดินผ่านต้นไม้ของผู้บุกเบิกหลายต่อหลายคน ชื่อแล้วชื่อเล่า ยูริ กาการิน, วาเลนตินา เทเรสโคฟวา, อเล็กเซย์ เลโอนอฟ ที่แม้หลายคนจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ต้นไม้ของเขายังเติบโตขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นร่มเงาให้กับนักสำรวจรุ่นถัดไป

ตามธรรมเนียมแล้ว พวกเขาจะปลูกต้นไม้คนละต้นก่อนที่จะเดินทางไปอวกาศ นักบินอวกาศที่จะเดินทางขึ้นจากแผ่นดินรัสเซียจะปลูกต้นไม้ทิ้งไว้ที่นี่ ที่มา – NASA/Victor Zelentsov

ภาพของนักบินอวกาศนานาชาติ ถือดอกไม้ไปเคารพอนุเสารีย์ต่าง ๆ เป็นภาพที่อาจจะหาดูยากสำหรับใครที่ไม่ได้ติดตามการสำรวจอวกาศอย่างใกล้ชิด ซึ่งนี่เองก็เป็นอีกมุมนึงที่แสดงให้เห็นด้านของความเป็นมนุษย์มากขึ้น อย่างไรก็ดี ถ้าเราสังเกตข้างหลัง ก็จะเห็นทหารถืออาวุธคอยรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นภาพที่ดูแล้วก็ยังไม่ทิ้งกลิ่นอายความเป็นรัสเซียเท่าไหร่

Alexey Ovchinin และ Nick Hague ใน “งานเลี้ยงน้ำชา” ที่จัดขึ้นตามประเพณีของคาซักสถาน ที่มา – NASA/Victor Zelentsov

ที่ไบคัวนอร์นี้เองที่เป็นฐานประกอบของจรวดโซยุสที่จะพาพวกเขาขึ้นสู่อวกาศ พวกเขาจะทำกิจกรรมต่าง ๆ เยี่ยมชมฐานปล่อย ทำความรู้จักกับวิศวกรที่ดูแลชีวิตของพวกเขา และท้ายที่สุดพวกเขาจะถูกกักตัวเพื่อป้องกันไม่ให้นำเชื้อโรคจากบนโลกขึ้นไปแพร่ระบาดบนสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งจะได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

Nick Hague กำลังแข่งหมากรุกกับ Alexey Ovchinin โดย มี Christina Koch นั่งดู พวกเขาทั้งสามคือนักบินอวกาศในภารกิจ Expedition 59 ภาพนี้ถ่าย 7 วันก่อนปล่อยในระหว่างที่พวกเขาเตรียมตัวเข้าสู่การกักตัว ที่มา – ASA/Victor Zelentsov
ยานโซยุส ณ ห้อง Clean Room บริเวณใกล้กับฐานปล่อยในคาซักสถาน ที่มา – NASA/Victor Zelentsov.

Ricky Arnold เซ็นชื่อบนกำแพงในมิวเซียมอวกาศ ณ ฐานปล่อยไบคัวนอร์ คอสโมโดรม ก่อนที่เขาจะเดินทางขึ้นสู่อวกาศ ที่มา – NASA/Victor Zelentsov

ในการกักตัวจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้สัมผัสกับบุคคลภายนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อโรค พวกเขาจะได้รับการดูแลจากแพทย์และนักระบาดวิทยาอย่างใกล้ชิดมาก ๆ ซึ่งปกติแล้วการเดินทางกับยานโซยุสจะมีนักบินอวกาศทั้งหมด 3 คนเดินทาง ดังนั้นพวกเขาจะทำกิจกรรมส่วนมากด้วยกันตั้งแต่อยู่บนโลกอยู่แล้ว ชีวิตของพวกเขาเพิ่งพากันและกัน

จรวดโซยุส ถูกเคลื่อนที่จากห้องประกอบไปยังฐานปล่อยด้วยรถไฟ โดยมีเจ้าหน้าที่เดินนำเพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงในขั้นตอนนี้เราจะได้เห็นทหารถืออาวุธเดินคุ้มกันด้วย ที่มา – NASA/Victor Zelentsov
จรวดโซยุสกำลังถูกนำไปยังฐานปล่อย ที่มา – NASA/Joel Kowsky

ในระหว่างกักตัวยานโซยุสก็จะถูกนำไปยังฐานปล่อยด้วยรถไฟ ซึ่งอย่างที่บอกว่าฐานปล่อยนี้คือฐานปล่อยเดียวกับที่ยูริ กาการิน เดินทางขึ้นสู่อวกาศ

และภาพที่โด่งดังก่อนการปล่อยจรวดโซยุสในเที่ยวบินที่มีมนุษย์เดินทางไปด้วยก็คือบาทหลวงออร์ทอดอกซ์ จะพรมน้ำมนต์ให้กับเจ้าหน้าที่ฐานปล่อย และจรวดโซยุส เพื่ออวยพรให้การเดินทางของพวกเขาเป็นไปอย่างปลอดภัย ภาพนี้เป็นภาพที่ทรงพลังและความเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม ความเชื่อ และมิติของความเป็นมนุษย์ จรวดพวกนี้ยังคงเป็นสุดยอดแห่งงานวิศวกรรมที่ปราณีตแต่ก็มนุษย์ก็ยังคงมีความกลัว และความเชื่อคือสิ่งที่พาพวกเขาก้าวข้ามความกลัวที่เป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์

บาทหลวงออร์ทอดอกซ์ จะพรมน้ำมันให้กับเจ้าหน้าที่ฐานปล่อย ในภารกิจ Soyuz MS-08 ที่มา – NASA/Joel Kowsky

ก่อนที่จะขึ้นยาน นักบินอวกาศจะแถลงข่าวเป็นครั้งสุดท้ายในห้องกระจกที่กั้นระหว่างบุคคลภายนอกกกับภายในเพื่อป้องกันการปนเปื้อน พวกเขาจะเซ็นชื่อ และเริ่มต้นการเดินทางของพวกเขาในฐานะลูกเรือของสถานีอวกาศนานาชาติ และเดินทางขึ้นยานโซยุส และพุ่งทะยานขึ้นจากฐานปล่อยประวัติศาสตร์ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

ลูกเรือในภารกิจ Expedition 55 โบกมือลานักข่าว เพื่อเดินทางขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ที่มา – NASA/Joel Kowsky
จรวด Soyuz MS-08 พุ่งขึ้นจากฐานปล่อยที่ไบคัวนอร์ คอสโมโดรม พานักบินอวกาศในภารกิจ  Expedition 55-56 เดินทางสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ที่มา – NASA/Joel Kowsky

หลังจากความสำเร็จของยาน Dragon 2 ในการส่งนักบินอวกาศขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติได้อีกครั้ง และการฝึกฝนส่วนมากก็จะไปอยู่ที่ศูนย์ Johnson Space Center ในฮูสตัส มากกว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่รัสเซีย ทำให้ภาพเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปและกลายเป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่งชาติมหาอำนาจที่เป็นขั้วตรงข้ามต้องมาร่วมมือการสำรวจอวกาศกัน

อย่างไรก็ตามนั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะกลับมาเป็นศัตรูกันอีกครั้ง เพราะอย่างที่เห็นว่าการสำรวจอวกาศนั้นเมื่อชีวิตของนักบินอวกาศต้องพึ่งพากันและกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความถ้อยทีถ้อยอาศัย และความเมตตามองเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน แม้ว่าจะต่างวัฒนธรรม ภาษา ที่มา และแนวคิดทางการเมือง แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเผ่าพันธุ์ไหนอวกาศก็ยังคงเป็นพรมแดนสุดท้ายสำหรับพวกเราทั้งสิ้น

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co





Read More

บทความอื่น ๆ ที่ควรอ่านต่อ



In Coversation

เรื่องราวน่าสนใจที่กำลังเป็นบทสนทนา