อัพเดทล่าสุด 10 มกราคม 2026 NASA ประกาศว่าลูกเรือ Crew-11 จะพาลูกเรือทั้ง 4 กลับโลกไม่เร็วไปกว่าวันที่ 14 มกราคม 2026 โดยเวลาแยกตัวออกจากสถานีฯ จะอยู่ที่ 17:00 ตามเวลา ณ ศูนย์ควบคุม หรือประมาณตีห้าของเช้าวันที่ 15 มกราคม ตามเวลาประเทศไทย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ จุดลงจอดนอกชายฝั่งด้วย
ข่าวอัพเดทแรกของโครงการสถานีอวกาศนานาชาติของปี 2026 นั้นไม่ใช่ข่าวดีเท่าไหร่ เมื่อ NASA ได้แถลงข่าวว่าลูกเรือภารกิจ Crew-11 ได้แก่ Zena Cardman, Michael Fincke, Kimiya Yui และ Oleg Platonov มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางกลับโลกก่อนกำหนด จากเดิมที่วางแผนไว้เป็นช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคม 2026 ให้เร็วขึ้นหลายสัปดาห์ เนื่องจากหนึ่งในลูกเรือเกิดอาการป่วย ซึ่ง NASA ไม่ได้ระบุว่าลูกเรือที่ป่วยคือใครเนื่องจากเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว เหตุการณ์นี้นับว่าเป็นครั้งแรกที่ NASA ตัดสินใจให้ลูกเรือเดินทางกลับโลกก่อนกำหนดเนื่องจากข้อกังวลด้านการแพทย์

เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากที่ในวันที่ 7 มกราคม 2026 NASA ได้ประกาศข่าวสำคัญ NASA Postpones Jan 8 Spacewalk ยกเลิกการทำ EVA หรือการออกไปปฏิบัติหน้าที่นอกสถานีฯ โดยให้เหตุผลข้อกังวลด้านสุขภาพของนักบินอวกาศ ที่เดิมทีจะต้องมีการทำ EVA เพื่อเตรียมระบบไฟฟ้าสำหรับการติดตั้งแผง Solar Arrrays รุ่นใหม่ในวันที่ 8 มกราคม 2026 ซึ่งรายชื่อของนักบินอวกาศที่จะต้องทำภารกิจนี้คือ Zena Cardman และ Michael Fincke
การแถลงข่าวดังกล่าวนั้นเกิดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ของ NASA ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ดำเนินการโดยผู้อำนวยการ NASA คนใหม่ Jared Isaacman ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Amit Kshatriya และหัวหน้าทีมแพทย์ที่ดูแลสุขภาพของนักบินอวกาศ Dr. James Polk โดยได้มีการประกาศว่า หลังจากการยกเลิกภารกิจ EVA ดังกล่าว ทีมแพทย์ของ NASA ได้มีการปรึกษากันถึงข้อสรุปนำมาซึ่งแผนการพาลูกเรือ Crew-11 กลับบ้านก่อนกำหนด โดยการประกาศวันและเวลาของการ Undock ตัวยานออกจากสถานีฯ เพื่อกลับโลกนั้น จะถูกประกาศในอีกประมาณ 48 ชั่วโมงหลังการแถลงข่าว โดย Issacman ย้ำว่าอาการของลูกเรือคนดังกล่าวนั้น “มีอาการคงที่”
แม้ว่าอาการของนักบินอวกาศจะยังคง Stable หรือคงที่และเป็นการกลับแบบวางแผนล่วงหน้าไม่ใช่ Emergency De-orbit หรือการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศแบบฉุกเฉิน แต่สถานการณ์นี้จะส่งผลให้สถานีอวกาศนานาชาติหลือนักบินอวกาศชาวอเมริกันเพียงคนเดียวคือ Christopher Williams โดยประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดหลังจากนี้คือความเร็วในการขยับตารางบินของลูกเรือชุด Crew 12 เพื่อขึ้นไปรับช่วงต่อ

ภารกิจ Crew-11 นั้นเริ่มต้นออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2025 รวมระยะเวลาจนถึงวันที่มีการแถลงข่าวถึงข้อกังวลด้านสุขภาพของลูกเรือทั้งสิ้น 160 วัน ที่ผ่านมาลูกเรือภารกิจดังกล่าวได้ทำการทดลองต่าง ๆ บนสถานีฯ ตามตารางงานที่ได้วางแผนไว้เสร็จสิ้นไปแล้วจำนวนมาก ทำให้การเดินทางกลับโลกก่อนกำหนดประมาณ 1 เดือนนั้นแม้จะส่งผลกับตารางงานที่ยังเหลืออยู่แต่ก็ไม่ถือว่ากระทบอย่างรุนแรง
แล้วในอดีตเคยมีกรณีลูกเรือป่วยจนต้องกลับบ้านหรือเปล่า
เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นกรณีศึกษาสำคัญ เนื่องจากในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของโครงการสถานีอวกาศนานาชาติ ยังไม่เคยมีกรณีลูกเรือต้องเดินทางกลับบ้านก่อนกำหนดมาก่อน กรณีนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของสถานีฯ หรือจากภารกิจในฝั่งหสรัฐฯ
หากย้อนกลับไปในอดีตยุคสหภาพโซเวียต มีเคสที่โด่งดังมากคือภารกิจ Soyuz T-14 ในปี 1985 เมื่อผู้บัญชาการ Vladimir Vasyutin เกิดอาการติดเชื้ออย่างรุนแรงในทางเดินปัสสาวะ หรือ Prostate Infection จนมีไข้สูงและปวดทรมานมากจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ส่งผลให้ภารกิจบนสถานีอวกาศ Salyut 7 ที่วางแผนไว้ว่าจะอยู่นานถึง 6 เดือน ต้องถูกยกเลิกและพาลูกเรือกลับโลกหลังจากผ่านไปเพียง 64 วันเท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้โซเวียตต้องปรับปรุงระบบคัดกรองสุขภาพลูกเรือก่อนส่งขึ้นสู่วงโคจรอย่างเข้มงวดมากขึ้นในเวลาต่อมา
อีกหนึ่งกรณีที่น่าสนใจคือ Soyuz 21 ในปี 1976 บนสถานีอวกาศ Salyut 5 โดยลูกเรือ Vitaly Zholobov มีอาการป่วยทางร่างกายและเผชิญกับภาวะความเครียดทางจิตใจอย่างหนัก ซึ่งบางรายงานระบุว่าอาจเกิดจากปัญหาระบบควบคุมสภาพแวดล้อมในสถานีที่มีกลิ่นสารเคมีรั่วไหลออกมาด้วย อาการของเขาแย่ลงเรื่อย ๆ จนต้องตัดสินใจกลับโลกก่อนกำหนดในวันที่ 49 ของภารกิจ นอกจากนี้ยังมีเคสของ Aleksandr Laveykin ในภารกิจ Soyuz TM-2 บนสถานีอวกาศ Mir เมื่อปี 1987 ที่ตรวจพบความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือ Heart Irregularities ทำให้เขาต้องเดินทางกลับโลกก่อนเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ
แล้วสิ่งนี้จะกระทบกับตารางของสถานีอวกาศนานาชาติอย่างไร
กรณีดังกล่าวนี้กระทบต่อตารางของสถานีฯ อยู่แล้ว เนื่องจากนักบินอวกาศจะถูกวางตารางงานเอาไว้อย่างเป็นระบบระเบียบมาก และมีหน้าที่ที่ตัวเองต้องทำรายวัน การกลับโลกก่อนกำหนดส่งผลต่อภารกิจแน่นอน รวมถึง NASA เองก็ได้เปิดเผยว่าภารกิจ Crew-12 ที่เดิมทีมีกำหนดเดินทางขึ้นไปรับไม้ต่อในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นั้นก็มีความเป็นไปได้ที่จะต้องออกเดินทางเร็วกว่ากำหนดเพื่อรับช่วงต่อของภารกิจ ซึ่งตารางการส่งไม้ต่อของลูกเรือนั้นก็ต้องรอ NASA แถลงในเร็ว ๆ นี้

ผลกระทบอีกอย่างที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยก็คือนักบินอวกาศ Kimiya Yui มีกำหนดทำการทดลองให้กับเยาวชนไทยในโครงการ Asian Try Zero-G ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 นี้ หากมีการเดินทางกลับโลกก่อนกำหนด หรือกำหนดตารางงานใหม่ เป็นไปได้ว่าภารกิจดังกล่าวอาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ในขณะที่ดาวเทียม KnackSat-2 ของบริษัท NBSpace ก็มีกำหนดปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เช่นกัน และอาจได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ดี การทดลอง Thailand Liquid Crystal in Space ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้นโชคดีที่เพิ่งทำการทดลองจบสิ้นไปเรียบร้อยและเตรียมเดินทางกลับโลกกับยาน Cargo Dragon ในภารกิจ CRS-33 เรียบร้อย จึงไม่ได้รับผลกระทบกับตารางที่เปลี่ยนไปของสถานีฯ ตามที่เรารางานไปในบทความ เจาะลึก Thailand Liquid Crystal in Space ทำการทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ
เนื่องจากกรณีดังกล่าวถือเป็นกรณีศึกษายุคใหม่ในภารกิจการเดินทางในอวกาศ ทำให้เราน่าจะต้องติดตามข่าวนี้จาก NASA อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่า NASA จะมีมาตรการอย่างไรในการรับมือและบริหารจัดการสถานการให้ออกมาดีที่สุดโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักบินอวกาศเป็นอันดับหนึ่งนั่นเอง
เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co