จรวด PSLV ของอินเดียเสียการควบคุม ส่งดาวเทียมไปไม่ถึงวงโคจร รวมถึง THEOS-2A ของไทย

ภารกิจปล่อยจรวด PSLV-C62 ของอินเดีย ซึ่งบรรทุกดาวเทียม EOS-N1 และดาวเทียมร่วมปล่อยดวงอื่น ๆ จำนวน 14 ดวงรวมถึงดาวเทียม THEOS-2A ของประเทศไทย ประสบความผิดปกติระหว่างการบิน หลังข้อมูล Telemetry และภาพจากกล้องบนตัวยานแสดงให้เห็นว่าจรวดท่อนที่สามเริ่มสูญเสียการควบคุมทิศทางในเวลาประมาณ 380 วินาทีหลังปล่อย โดยภาพจาก Mission Control ของ ISRO เห็นได้ชัดว่าท่อนบนของจรวดซึ่งบรรทุกดาวเทียมเกิดการหมุนอย่างต่อเนื่องบนวงโคจร สะท้อนว่าระบบควบคุมทิศทางของยานไม่สามารถรักษาการวางตัวตามที่ออกแบบไว้ได้

ISRO ออกแถลงยืนยันเหตุผิดปกติ โดยระบุว่า “The PSLV-C62 mission encountered an anomaly during end of the PS3 stage. A detailed analysis has been initiated.” หรือเกิด Anomaly ในช่วงปลายของการทำงานของจรวดท่อนที่สาม และได้เริ่มกระบวนการวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้ว ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นจุดวิกฤตของภารกิจ เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่จรวดท่อนสุดท้ายที่ต้องพาดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร หากทิศทางหรือการหมุนของยานผิดไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ภารกิจวงโคจรล้มเหลวได้

จรวด PSLV บนฐานปล่อยใน Satish Dhawan Space Centre ก่อนการปล่อย ที่มา – ISRO

ก่อนเกิดเหตุ PSLV-C62 ถูกปล่อยจากฐาน Satish Dhawan Space Centre เมื่อเวลา 11:47 น. ตามเวลาประเทศไทย และการบินขึ้นในช่วงแรกเป็นไปตามแผนทั้งหมด โดยตามแผนเดิม ดาวเทียม THEOS-2A จะถูกปล่อยออกจากจรวดในเวลาประมาณ 27 นาทีหลังการปล่อย แต่จาก Anomaly ที่เกิดขึ้นในช่วง PS3 ทำให้สภาพของยานก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายไม่เป็นไปตามที่ออกแบบไว้ และ ISRO ระบุว่าภารกิจในภาพรวม “ไม่เป็นไปตามที่กำหนด”

ภาพจากในการถ่ายทอดสด ข้อมูล Telemtry แสดงตัวจรวดท่อนที่สามหมุนมั่วในขณะบินขึ้น ที่มา – ISRO

การที่ยานเกิดการหมุนหลังจบการทำงานของจรวดท่อนที่สาม หมายความว่าการนำทางและการควบคุมท่าทางของยานมีปัญหา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการนำดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรอย่างแม่นยำ โดยตัวจรวดจะไม่ได้อยู่ในวงโคจรที่กำหนดไว้ และอาจตกกลับลงสู่โลกในที่สุดได้ ขณะนี้สถานะที่แท้จริงของ THEOS-2A ยังต้องรอผลการวิเคราะห์จาก ISRO ว่าดาวเทียมถูกนำเข้าสู่วงโคจรบางส่วนหรือสูญเสียภารกิจไปในระดับใด

ในช่วงเที่ยงของประเทศไทย เหตุการณ์นี้จึงยังไม่ใช่จุดจบของเรื่อง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ตอบคำถามจากข้อมูลจริงบนวงโคจรว่าภารกิจครั้งนี้จะไปลงตรงไหนและอินเดียจะออกแถลงการณ์อะไรต่อว่าภารกิจผิดพลาดเพราะอะไร

ที่น่าหนักใจสำหรับเที่ยวบิน EOS-N1 คือภารกิจนี้ถูกวางให้เป็น Return to Flight ของจรวด PSLV หลังจากความล้มเหลวในเที่ยวบิน EOS-09 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2025 ซึ่งในครั้งนั้นก็เกิดข้อผิดพลาดจากจรวดท่อนที่สามเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ดาวเทียมไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรได้ตามแผน

การกลับมาบินของ PSLV ในภารกิจนี้จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษว่า ISRO จะสามารถแก้ไขปัญหาเชิงระบบและป้องกันเหตุซ้ำรอยได้หรือไม่ แต่จาก Anomaly ที่เกิดขึ้นอีกครั้งในช่วง PS3 ก็ทำให้คำถามนั้นกลับมาดังขึ้นอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ทีมงาน GISTDA เคยเปิดเผยกับเราว่าดาวเทียม THEOS-2A ได้มีการทำประกันภัยรองรับไว้แล้ว ซึ่งสะท้อนว่าแม้ความล้มเหลวจะเกิดซ้ำ แต่ระบบบริหารความเสี่ยงของภารกิจยังถูกเตรียมไว้รับมือกับ Worst-Case Scenario ตั้งแต่ต้น

สถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไป ทีมงานสเปซทีเอชกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.