Opportunity สรุปสิ่งที่ Gwynne Shotwell คุณแม่ใหญ่แห่ง SpaceX พูดใน TED 2018
สรุปสิ่งที่ Gwynne Shotwell คุณแม่ใหญ่แห่ง SpaceX พูดใน TED 2018

Nutn0n

สรุปสิ่งที่ Gwynne Shotwell คุณแม่ใหญ่แห่ง SpaceX พูดใน TED 2018

April 25, 2018

จบไปแล้วกับเทศกาลสร้างแรงบันดาลใจของ TED ในปี 2018 ที่จัดที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี แม้ว่าทีมงาน SPACETH.CO จะยังไม่มีโอกาสเดินทางไปร่วมด้วยตัวเองแต่ก็ได้คุณ เกวลิน ธนสารสมบัติ คอยนำประสบการณ์ต่าง ๆ มาบอกเล่า นำบรรยากาศมาฝากกันวันต่อวัน รวมถึงนำเรื่องราวของ SPACETH.CO ไปเล่าให้กับบุคคลสำคัญ ๆ ในวงการอวกาศรวมถึงนักบินอวกาศ คุณ Christ Hadfield ด้วย

ท่ามกลางการบรรยายเจ๋ง ๆ มากมาย หนึ่งใน Session ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดโดยเฉพาะในวงการอวกาศก็แน่นอนว่าคงต้องเป็นการพูดคุยกันระหว่างคุณ Gwynne Shotwell กับคุณ Chris Anderson ในหัวข้อ SpaceX ซึ่งคุณ Shotwell ก็ได้นำเรื่องราวต่าง ๆ มาอัพเดทให้เราฟังกันว่าที่ผ่านมา SpaceX ได้ทำอะไรไปบ้าง และในปีนี้จะทำอะไร รวมถึงแผนการต่อไปของการพามนุษย์เดินทางไปยังดาวอังคารคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

รู้จักกับ Gwynne Shotwell ผู้ทำงานร่วมกับ Elon Musk มากว่า 16 ปี

คุณ Gwynne Shotwell อายุ 54 ปีนั้นปัจจุบันเป็น President และ Chief Operating Officer เธอคือหญิงผู้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ไอเดียแสนล้านของ Elon Musk กลายมาเป็นความจริง ตั้งแต่การได้รับทุนจาก NASA เพื่อทำการส่งยาน Dragon ส่งเสบียงให้กับสถานีอวกาศนานาชาติ การพูดคุยกับบริษัทดาวเทียมต่าง ๆ ให้มาเป็นลูกค้าของ SpaceX รวมถึงแผนการในอนาคตอย่างการเดินทางไปยังดาวอังคาร และโครงการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของ SpaceX

Host Chris Anderson speaks และ Gwynne Shotwell บนเวที TED2018 ที่มา – Bret Hartman / TED

Gwynne เล่าว่าเธอเริ่มต้นความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก เธอถามแม่ว่ารถวิ่งได้ยังไง ก่อนที่แม่ของเธอจะให้หนังสือเกี่ยวกับวิศวกรรมยานยนต์มา จนท้ายที่สุดงานแรกของเธอก็คือเป็นวิศวกรกับ Chrysler Motors แต่เธอก็บอกว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่ทำให้เธออยากเป็นวิศวกรไม่ใช่เพราะอ่านหนังสือ แต่เพราะว่าไปงานรวมตัวของวิศวกรหญิงแล้วเกิดตกหลุมรักในความเท่ของสาววิศวกร และอยากแต่งตัวแบบนั้นบ้าง 

คุณ Gwynne นั้นมาทำงานกับ SpaceX ตั่งแต่ในช่วงแรกที่ SpaceX ก่อตั้ง นั่นทำให้เธอมีประสบการณ์ในการทำงานกับ Elon Musk มามากกว่า 16 ปี เธอบอกว่าเธอคงไม่โง่พอที่จะทำงานที่ตัวเองไม่ชอบมาถึง 16 ปี (ฮา) เธอบอกว่าการทำงานกับ Musk เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ เขา (Musk) เป็นคนตลก และพยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ทีมบรรลุเป้าหมายไปได้ โดยที่ Musk ไม่ต้องเอ่ยปากด้วยซ้ำ

ถ้ายังไม่มีของให้ขายก็ต้องขายทีม ขายความสามารถ และตัว CEO

แน่นอนว่า SpaceX นั้นเป็นบริษัทที่เน้นขายไอเดียที่ภายหลังถึงจะถูกนำมาทำให้เกิดขึ้น เริ่มต้นตั้งแต่การเซ็นสัญญากับ NASA ทั้ง ๆ ที่จรวดยังไม่พร้อม หรือการที่มีบริษัทจองเที่ยวบินกับ Falcon 9 และ Falcon Heavy ยาวเหยียด ตั้งแต่จรวดยังสร้างไม่เสร็จ ยังไม่นับรวมโครงการต่าง ๆ ในอนาคต อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ SpaceX ได้รับความเชื่อมั่นมากขนาดนี้

สำนักงานใหญ่ของ SpaceX ในแคลิฟอร์เนีย ที่ตั้งอยู่คือจรวด Falcon 9 ที่ลงจอดสำเร็จเป็นครั้งแรกและด้านหลังคือร่องรอยการปล่อยจรวด Falcon 9 ในภารกิจ Iridium-4 ที่มา – SpaceX

เธอบอกว่างานของเธอ พูดง่าย ๆ คือการเป็นเซลล์ขายจรวดนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นอะไรที่ต้องพึ่งพาความสัมพันธ์กับลูกค้า เธอพูดถึงจรวด Falcon 9 และ Falcon Heavy ที่กำลังเป็นรายได้หลักของ SpaceX ณ ตอนนี้ แต่สำหรับโครงการในอนาคตนั้น คุณ Gwynne บอกว่าถ้าเราไม่มีจรวดจะขาย (เพราะยังสร้างไม่เสร็จ) ก็ให้ขายทีม ขายความเทพของ CEO ซึ่งเธอบอกว่าตอนนี้ไม่ใช่เรื่องยาก (แน่นอนละ ขึ้นชื่อว่า Elon Musk) และแน่นอนที่สุดก็คือต้องสร้างความมั่นใจและความเชื่อใจ

พูดถึงความสำเร็จที่ผ่านมาของ SpaceX

การพูดเริ่มต้นด้วยการโชว์บรรยากาศของการปล่อยจรวด Falcon Heavy ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมาที่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลกให้กับวงการอวกาศ ด้วยการขึ้นบินของจรวดที่ทรงพลังที่สุดในโลกในปัจจุบัน โดยที่จรวดขนาบข้างทั้ง 2 ตัวสามารถกลับมาลงจอดยังโลกได้อย่างประสบความสำเร็จ คุณ Gwynne บอกว่าในปลายปีนี้จะมีการปล่อย Falcon Heavy อีก 2-3 ครั้ง

จรวด Falcon Heavy กลับมาทำการลงจอด ที่มา – SpaceX

ปัจจุบันการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดในวงการอวกาศก็คือการแข่งขันพัฒนายานอวกาศคนนั่งให้กับ NASA ที่จะใช้ในการส่งนักบินอวกาศขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และ NASA ก็เคร่งกับเรื่องนี้มาก คุณ Gwynne ได้นำคลิปการทดสอบ Launch Eascape System ในปี 2015 มาแสดง

การทดสอบ Launch Escape System ของยาน Dragon ในปี 2015 ที่มา – SpaceX

ระบบ Lauch Escape System นั้นเป็นการใช้เครื่องยนต์ Decro Engine ทั้ง 4 ตัวบนยาน Dragon 2 (ยานอวกาศที่ SpaceX พัฒนาเพื่อให้คนนั่งได้) จุดเครื่องยนต์แล้วดีดยานออกไปจากตัวจรวดในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น จรวดระเบิด จากที่คุณ Gwynne บอก เหตุผลที่ SpaceX ออกแบบ Launch Escape System ให้ติดอยู่กับตัว Dragon เลยนั้น เป็นเหตุผลด้านการลดความซับซ้อนและขั้นตอน ปกติแล้วยานอวกาศทั่วไปจะมีตัว Escape Tower เป็นแท่งติดอยู่บนตัวยาน ใช้การดึงตัวยานออกมา สุดท้ายแล้ว ตัวแท่งนี้แหละที่จะทำให้เกิดปัญหาถ้ามันไม่สามารถสลัดออกจากตัวยานได้หลังจากดีดตัวออกมาแล้ว

บนบ่าของยักษ์ใหญ่

ประโยคเด็ดของ Issac Newton ได้ถูกนำมาพูดโดยคุณ Gwynne เธอบอกว่าที่ SpaceX มาไกลขนาดนี้ก็เพราะว่ามรดกตกทอดจากอุตสหาหกรรมจรวดและยานอวกาศที่ผ่านมา ทำให้ SpaecX  สามารถรู้ได้ว่าอะไรที่ควรทำและอะไรไม่ควรทำ กรณีบางอย่างที่ทำให้ SpaceX กลายเป็นสุดยอดเทคโนโลยีจรวดนั้นก็ยกตัวอย่างเช่นการออกแบบถังเชื้อเพลิงในตัวจรวด โดยมีถังน้ำมันกับถังออกซิเจนเหลว ซ้อนต่อกันเหมือนเอากระป๋องเบียร์มาซ้อนกัน ซึ่งก็ไม่ใช่การออกแบบที่แปลกใหม่อะไร แต่สิ่งที่ SpaceX คิดต่อก็คือจะทำยังไงให้เติมเชื้อเพลิงเข้าไปได้เยอะ ๆ ด้วยขนาดถังเท่าเดิม

 

SpaceX ก็ใช้วิธีการลดอุณหภูมิเพิ่มความดันในถังทำให้สามารถเติมออกซิเจนเหลวเข้าไปได้เยอะ ๆ ทำให้จรวดของ SpaceX มีพลังมากขึ้น โดยเรียกเทคนิคนี้ว่า Super Chilled Liquid Oxidiser

ประเด็นเรื่องทฤษฏีเวลาของ Elon

ปกติแล้ว Elon Musk จะมีประเด็นที่ชอบถูกพูดถึงคือในเรื่องของการบอกเวลา เช่น ถ้า Elon บอกว่าจะลงจอด Falcon 9 ครั้งแรกในปี 2012 ก็ให้คิดไว้เลยว่าไม่ใช้ปี 2012 แน่ ๆ ซึ่งที่ผ่านมามันก็เป็นแบบนั้น Falcon Heavy มีแผนจะบินครั้งแรกในปี 2014 แต่ก็ได้บินจริงในปี 2018 ประเด็นนี้ก็ถูกยกขึ้นมาถามคุณ Gwynne ในฐานะที่เธอทำงานร่วมกับ Elon Musk

Elon Musk ขณะทำการเปิดตัวยาน Dragon 2 ในปี 2014 ที่มา – SpaceX

คุณ Gwynne บอกว่าจริง ๆ แล้วที่ Elon Musk ชอบพูดอะไรแบบนั้นก็เป็นเหมือนกับสร้างแรงกดดัน ในการทำอะไรที่เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ เธอบอกว่าเวลา Elon พูดอะไรที่เหมือนเวอร์ ๆ ห้ามไปบอกว่า “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ” อะไรแบบนี้ แต่ให้เงียบแล้วคิดว่า จะทำยังไง จะใช้วิธียังไงให้มันเป็นไปได้

ซึ่งพอคิดได้แบบนี้แล้วการทำงานในสภาพกดดันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่ขนาดนั้น แต่กลับทำให้เธอชอบงานของตัวเองมากขึ้นอีกไปอีก แต่สุดท้านแล้ว เธอก็ไม่ได้บอกว่าสรุปแล้วเวลาของ Elon กับเวลาของเรามันเท่ากันหรือเปล่า (ใครจะกล้าตอบ)

อนาคตของ SpaceX อินเทอร์เน็ต โลก และดาวอังคาร

แน่นอนว่าในอนาคตนั้นแผนเด็ด 3 แผนที่ SpaceX จะทำในอนาคตอันใกล้นี้ได้แก่

  • ดาวเทียมให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรอบโลก
  • จรวด BFR ที่จะพาดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร จนไปถึงพามนุษย์เดินทางข้ามทวีปไวกว่าเครื่องบิน
  • การพามนุษย์ไปเหยียบดาวอังคาร

เริ่มต้นจากโครงการดาวเทียมให้บริการอินเทอร์เน็ตนั้น คุณ Gwynne บอกว่าสิ่งที่ยากและท้าทายสำหรับ SpaceX ตอนนี้ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่เป็นการทำเงินจากโครงการมากกว่า (ซึ่งเห็นด้วยมาก ๆ) ยังไม่ปรากฏแน่ชัดว่า SpaceX จะมีการวางโมเดลการหารายได้จากการทำดาวเทียมอินเทอร์เน็ตนี้ยังไง ให้คุ้มค่ากับมูลค่าโครงการพันล้านเหรียญนี้ แต่อย่างไรก็ตามเธอเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะต้องเปลี่ยนโลกแน่นอน

ส่วนความคืบหน้าของจรวด BFR นั้น หลายแหล่งข่าวบอกว่า SpaceX กำลังพยายามเปลี่ยนผ่านอะไรบางอย่างเพื่อทำให้ BFR กลายเป็น Product หลักของ SpaceX ซึ่งคุณ Gwynne ก็บอกว่า SpaceX นั้นจะยังไม่เปลี่ยนผ่านอะไรโดยทันที ก่อนที่ลูกค้าจะรู้สึกว่าอยากหันมาใช้ BFR และ SpaceX ก็ยังจะคงให้บริการ Falcon 9 และ Falcon Heavy อยู่จนกว่าจะถึงจุดที่รู้สึกว่าจะต้องมาใช้ BFR

BFR ขณะทำการปล่อยดาวเทียม ที่มา – SpaceX

BFR นั้นเป็นจรวดขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถบรรทุก Payload เส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 8 เมตรได้สบาย ๆ ดังนั้นสุดท้ายแล้ว BFR จะช่วยเพิ่มขีดจำกัดในด้านการส่งดาวเทียมอยู่ดี คุณ Gwynne ยกตัวอย่างว่าลองนึกดูว่าถ้าเราส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นใหม่ ๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก ๆ ด้วย BFR จะทำให้เราเพิ่มความสามารถในการศึกษาจักรวาลได้มากแค่ไหน

อีกหนึ่งการใช้งานของ BFR นั้นสามารถใช้เป็นพาหนะที่พาเราเดินทางข้ามทวีปในเวลาไม่กี่สิบนาทีได้ด้วย ซึ่งแม้ว่าการปล่อยจรวดจะมีต้นทุนสูงกว่าเครื่องบินก็จริง แต่ในแง่ของความถี่ในการให้บริการนั้น ใน 1 วันจรวดของ SpaceX สามารถพาคนเดินทางในเที่ยวเดียวกับที่สายการบินให้บริการได้เป็นสิบ ๆ รอบ ในขณะที่สายการบินทำได้แค่เที่ยวเดียว

จรวด BFR ของ SpaceX ที่บินขึ่นจากฐานปล่อยในเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่มา – SpaceX

จะมีอีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนมองว่าน่าห่วงก็คือ รัฐบาลแต่ละประเทศจะยอมไหมที่ให้มีอะไรคล้าย ๆ ขีปนาวุธบินผ่านโฉบไปมา ซึ่งคุณ Gwynne ได้บอกในส่วนนี้ว่า ความท้าทายนี้ SpaceX ได้ก้าวข้ามไปแล้วด้วยการขอทำการลงจอด Falcon 9 ซึ่งเอาจริง ๆ ก็คือขีปนาวุธข้ามทวีปดี ๆ นี่เองลงในพื้นที่ของของทัพอากาศเอง (ฮา) ดังนั้นก็เป็นหน้าที่ของ SpaceX ที่ต้องต่อรองกับประเทศต่าง ๆ และอธิบายให้แต่ละประเทศเปิดโอกาสให้ธุรกิจนี้เป็นไปได้

ประเด็นสุดท้ายที่หลายคนพูดถึงก็คือการเดินทางไปยังดาวอังคาร ตามเวลาของคุณ Gwynne (ไม่ใช่ของ Elon นะ) เธอบอกว่า SpaceX จะต้องสามารถส่งคนไปดาวอังคารได้ภายใน 10 ปีข้างหน้านี้อย่างแน่นอน รวมถึงความฝันของเธอ ก็ไม่ใช่แค่ดาวอังคาร แต่เธอยังเชื่อมันว่าซักวันเราจะเดินทางไปไกลว่านั้น ไม่ใช่แค่ดาวอื่นแต่เป็นระบบสุริยะอื่น

เราไม่ได้ทิ้งโลก แต่เรากำลังสิ่งที่เราทำได้

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้การพูดคุยครั้งนี้ทิ้งท้ายอะไรดี ๆ ไว้ให้กับผู้ชมทุกคนก็คงจะเป็นตอนที่คุณ​ Chris Anderson ถามว่า “ในเมื่อคุณเป็นผู้ครองเทคโนโลยีแล้วมีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นบนโลกมากมายที่เราต้องแก้ไข ทำไมคุณถึงเลือกที่จะทิ้งโลกนี้ไป” ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงปรบมือจากผู้ชม หลังจากเสียงปรบมือสิ้นสุดคุณ Gwynne ก็ตอบว่า

“แน่นอนว่ามีอีกหลายสิ่งที่เราต้องแก้ไขบนโลก แต่หลายบริษัทก็กำลังทำสิ่งนั้นอยู่เช่นกัน เรากำลังทำสิ่งทำคัญอีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำได้ คือการหาดาวดวงอื่นให้กับมนุษย์ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับโลกจริง ๆ ยังไงเราก็ต้องหาที่อยู่อื่นให้กับมนุษย์” คำพูดนี้เรียกเสียงปรบมือขึ้นอีกคร้ัง

ภาพจำลองยานของ SpaceX ขณะเดินทางถึงดาวอังคาร ที่มา – SpaceX

“นี่เป็นการลดความเสี่ยงของมนุษย์ในการสูญพันธุ์ นี่ไม่ใช่การมาตั้งคำถามว่างานของเราคือการทำให้โลกนี้ดีขึ้นหรือไม่ แต่นี่การสร้างทางเลือกให้แก่เรา ทางเลือกที่จะอยู่รอด อย่าเพิ่งพูดว่าคนบนโลกจะตายหมดเราเลยจะหนีไปอยู่ดาวอังคาร ไม่ใช่ นั่นเป็นสิ่งที่แย่ แต่เหตุผลที่เราจะไปดาวอังคารก็เพราะว่า มันคือการเดินทาง การสำรวจ นั่นคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์อื่น ความอยากที่จะสำรวจและเรียนรู้สิ่งใหม่ของเรา”

แน่นอนว่าคำพูดนี้ถ่ายทอดความเป็น SpaceX ออกมาได้อย่างดี สุดท้ายแล้ว SpaceX จะยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปในฐานะ กัปตันที่กำลังจะพาเราเดินทางสู่ดาวอังคารในอนาคตอันใกล้

อ้างอิง TED – SpaceX’s plan to fly you across the globe in 30 minutes

เรียบเรียงโดย ทีมงาน SPACETH.CO

 

 





Read More

บทความอื่น ๆ ที่ควรอ่านต่อ



In Coversation

เรื่องราวน่าสนใจที่กำลังเป็นบทสนทนา