การลักลอบนำขนมปังขึ้นไปกินบนอวกาศ



ภารกิจ Gemini 3 เป็นภารกิจสำรวจอวกาศแรกของสหรัฐที่มีมนุษย์เดินทางขึ้นไปถึง 2 คนในครั้งเดียว และก็เป็นภารกิจแรกในโครงการ Gemini ที่มีมนุษย์ควบคุม แน่นอนว่ามันเป็นภารกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของสหรัฐ เมื่อพวกเขาสามารถโต้ตอบสหภาพโซเวียตว่าพวกเขาเองก็สามารถส่งมนุษย์ขึ้นอวกาศได้สองคนเหมือนกัน (โซเวียตปล่อยยาน Voskhod 2 เพียงห้าวันก่อนหน้าเท่านั้น) และปูทางให้กับภารกิจอื่น ๆ ในภายหลัง

ยกเว้นก็แต่ว่าการลักลอบนำขนมปังขึ้นไปกินบนยานของ John Young เท่านั้นแหละที่ทำให้บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ต้องเดือดร้อน

อาหารบนอวกาศในยุคบุกเบิก

ก่อนอื่นต้องพูดถึงเรื่องอาหารที่ทานได้ในอวกาศกันเสียก่อน เพราะในสภาวะไร้น้ำหนัก นักบินอวกาศจะใช้พลังงานน้อยกว่าบนโลกเล็กน้อย ซึ่งสำหรับลูกเรือ Gemini นั้นจะทานอาหารประเภทแช่แข็ง อาหารอบแห้ง และอาหารที่ขนาดพอดีคำ ซึ่งจะถูกเคลือบด้วยเจลาตินเพื่อป้องกันเศษอาหารปลิวว่อนไปทั่วดาว โดยวิธีนี้ถูกเริ่มใช้ครั้งแรกกับลูกเรือ Gemini 3 นี่แหละ

รูปแบบของอาหารอวกาศยุคแรก ๆ ที่รสชาตินั้นเหมาะแก่การกินเพื่ออยู่เท่านั้น – ที่มา NASA

และสำหรับโครงการ Mercury ที่มาก่อนหน้านั้น เพราะไม่มีใครรู้ว่าอาหารจะถูกย่อยและดูดซึมในอวกาศได้หรือไม่ นักบินอวกาศก็คือหนูทดลองดี ๆ นี่เอง โดยเริ่มต้นจาก John Glenn ชาวอเมริกันคนแรกที่โคจรรอบโลกได้สำเร็จ โดยเขาจะต้องทานอาหารที่อยู่ในหลอดคล้ายหลอดยาสีฟัน และแน่นอนว่ารสชาติมันไม่ได้น่ารับประทานสักเท่าไหร่

ทีนี้ปัญหาจะไม่เกิดขึ้นหาก Young ไม่ได้แอบนำขนมปังไส้เนื้อวัวขึ้นไปกินบนอวกาศ โดยก่อนจะขึ้นบินนั้นเขาได้แอบยัดขนมปังไว้ในช่องใส่ของบนชุดของเขา ซึ่งมันอยู่นอกเหนือจากลิสต์ของอาหารที่นักบินอวกาศจะทานได้นั่นเอง

กินขนมปังในอวกาศครั้งแรก

ในระหว่างโคจรรอบโลกเป็นหนที่สอง Young ก็ได้หยิบขนมปังของเขาออกมาโชว์ให้ Gus Grissom ดู และนี่คือบทสนทนาสั้น ๆ ในช่วงเวลานั้น

Grissom : “อะไรอะ”

Young : “ขนมปังไส้เนื้อวัวไง”

Grissom : “มันมาได้ไง”

Young : “ก็ซื้อขึ้นมาไง ลองชิมดูสิว่ารสเป็นยังไง”

ซึ่ง Grissom ก็ไม่ได้ขัดศรัทธาแต่อย่างไร แต่ก็กัดไปได้นิดเดียวก่อนที่เขาจะเก็บใส่กระเป๋าของเขา ไม่ใช่เพราะมันไม่อร่อย แต่เพราะมันเริ่มมีเศษจากขนมปังฟุ้งกระจายออกมา และ Grissom เองยังบอกในภายหลังเลยว่ารสชาติก็ไม่เลวเลยนะ แต่ถ้ามันไม่แตกก็คงจะดีกว่านี้

Gus Grissom และ John Young สองผู้ร่วมชะตากรรมในภารกิจ Gemini 3 – ที่มา NASA

แน่นอนว่าเศษเล็ก ๆ พวกนี้ก็กระจายตัวไปรบกวนกับระบบอิเล็กทรอนิกส์บนยาน และเมื่อลูกเรือทั้งสองเดินทางกลับถึงโลกก็โดนตักเตือนอย่างเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งทางนาซ่าเองก็สั่งห้ามไม่ให้ลูกเรือในภารกิจหลัง ๆ นึกซ่าทำตามอีก

แต่สำหรับ Grissom และ Young แล้ว พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย เมื่อยังให้สัมภาษณ์กับนิตยาสาร Life อยู่ว่า “พวกเขาทั้งสองดีใจมาก ๆ ที่ได้ทำอะไรที่เป็นครั้งแรกจริง ๆ สักที” นอกจากนี้ Deke Slayton หัวหน้าในส่วนดูแลการปฏิบัติงานของนักบินอวกาศยังได้กล่าวไว้ในอัตชีวประวัติของเขาว่าได้อนุญาตให้ Young นำขนมปังขึ้นไปบนอวกาศแล้ว แถม Flight Director ในภารกิจอย่าง Chris Kraft ก็ยังสนับสนุนและปกป้องการกระทำของพวกเขาทั้งสองอีกด้วย

เมื่อขนมปังสามารถขึ้นสู่อวกาศได้อย่างถูกต้อง

แม้ขนมปังเจ้าปัญหานี้จะผิดหลักของนาซ่า แต่ในที่สุดมันก็ได้ฤกษ์เดินทางขึ้นสู่อวกาศอย่างถูกต้องกับ STS-1 ภารกิจแรกของโครงการกระสวยอวกาศ ในปี 1981 และนักบินอวกาศที่เดินทางขึ้นไปในวันนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไปนอกจาก John Young คู่กรณีเก่านี่เอง

และในปัจจุบันนั้นนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติก็สามารถทำขนมปัง แซนวิซ และแม้แต่พิซซ่ากินเองได้บนอวกาศ แต่จะใช้แป้งขนมปังชนิดที่ไม่มีเศษเป็นจำนวนมากแทนนั่นเอง

น่าเสียดายที่ขนมปังในตำนานอันนั้นจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว แต่ก็มีแบบที่คล้ายคลึงกันซึ่งถูกเก็บไว้ในอคิลิก และจัดแสดงอยู่ที่ Grissom Memorial Museum อยู่จนถึงทุกวันนี้

ขนมปังแบบที่คล้ายคลึงกัน – ที่มา Raymond K. Cunningham, Jr. via collectSPACE.com

แถมอีกวีรกรรมจากฝั่งโซเวียต

ใครว่าจะมีแต่ฝั่งสหรัฐที่ทำเรื่องอินดี้แบบนี้ เพราะ Aleksandr Ivanchenkov นักบินอวกาศในภารกิจ Soyuz 29 ของโซเวียตในปี 1978 ก็เคยแอบนำช็อกโกแลคที่คุณภรรยาทำมาให้ขึ้นยานมาแล้ว และเมื่อเปิดกล่องที่ใส่ออกมาระหว่างอยู่ในอวกาศ ช็อกโกแลตก็ลอยล่องออกมาในทันที ซึ่งก็ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการตามล่าตัวกลับมาเหมือนเดิม

ไม่มีข่าวคราวว่าการกระทำของพวกเขาได้ส่งผลกระทบอะไรต่อเส้นทางการเป็นนักบินอวกาศของ Ivanchenkov หรือไม่ แต่เท่าที่รู้ก็คือเขายังได้โอกาสขึ้นบินอีกครั้งกับ Soyuz 31 ซึ่งครั้งนี้เขาก็ไม่ได้แอบเอาของกินขึ้นไปเพิ่มอีกแล้ว

 

อ้างอิง

SPACE.COM

Smithsonian National Air and Space Museum

STS-1 Crew Menu