วาระสุดท้ายของ Tiangong-1 จากฟากฟ้ากลับลงมาสู่พื้นดิน



ปีพ.ศ. 2554 สถานีอวกาศเทียนกง 1 ได้ทำให้จีนกลายเป็นชาติที่ 3 ในโลกที่มีสถานีอวกาศเป็นของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว (ต่อจากสองมหาอำนาจอย่างสหรัฐและรัสเซีย) โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นการทดลองและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างสถานีอวกาศที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ แต่ทว่าในปัจจุบันสำนักงานวิศวกรรมอวกาศจีนยืนยันว่าพวกเขาสูญเสียการควบคุม “พระราชวังบนสวรรค์” ลำนี้มาเป็นเวลา 1 ปีเต็มแล้ว และผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์ว่ามันจะตกลงมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้

สถานีอวกาศเทียนกง 1

สถานีอวกาศเทียนกง 1 เป็นแล็บอวกาศขนาดกระทัดรัด น้ำหนักของมันนั้นอยู่ที่ประมาณ 8 ตัน อายุการใช้งานของมันนั้นถูกกำหนดไว้เพีงแค่ 2 ปีเท่านั้น และตลอดระยะเวลานั้นมันถูกใช้ในการทดสอบการเชื่อมต่อกับยานอวกาศเซินโจว (ยานเซินโจวนั้นมีความคล้ายคลึงกับยานโซยูสของรัสเซีย) และได้ทำการต้อนรับนักบินอวกาศชาวจีนมาแล้วทั้งสิ้น 6 คนด้วยกัน ซึ่งมีนักบินอวกาศหญิงรวมอยู่ในนั้นถึง 2 คนเลยทีเดียว และบนสถานีอวกาศเดียวกันนี้ก็ยังมีการทำการทดลองฟิสิกส์ในอวกาศและถ่ายทอดสดสัญญาณไปยังห้องเรียนทั่วประเทศในจีนอีกด้วย

ลูกเรือของภารกิจเซินโจว 9 ในเทียนกง 1

สำนักงานวิศวกรรมอวกาศจีนเคยออกแถลงการ์ณในปีพ.ศ. 2557 ว่าการทดลองของเทียนกง 1 นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ข้อมูลที่ได้มาทำให้จีนสามารถใช้ประโยชน์ได้เป็นจำนวนมากในด้านต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึงการพัฒนาสถานีอวกาศรุ่นถัดไปอีกด้วย ทำให้หลังจากที่ลูกเรือกลุ่มสุดท้ายก้าวออกจากประตูของสถานีในปีพ.ศ. 2556 มันก็ถูกส่งเข้าสู่ Sleep Mode ในทันทีเพื่อให้มันได้ขยายเวลาการสำรวจโดยอุปกรณ์ที่มีอยู่บนสถานีออกไปอีก และถูกวางแผนไว้ว่าจะโดนบังคับเผาไหม้ลงในชั้นบรรยากาศในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

แต่ว่าพวกเขาไม่สามารถติดต่อกับสถานีได้อีกแล้ว แถมในปัจจุบันระยะความสูงของสถานีจากผิวโลกนั้นต่ำกว่า 300 กิโลเมตร และยังคงตกต่อไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศก็เริ่มเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน โดย ด.ร. โจนาธาน แมคโนแวล (Jonathan McDowell) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกล่าวไว้ว่ามันน่าจะโหม่งโลกในปลายปีนี้ ไม่ก็ภายในต้นปีหน้า ซึ่งเหตุที่ทำให้การตกครั้งนี้น่ากลัวก็คือบางชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่เกิน 100 กิโลกรัมจะสามารถรอดพ้นการเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศและตกลงมายังพื้นโลก และทางการจีนคาดการณ์ว่าพวกเขาจะคำนวณตำแหน่งที่มันจะตกลงได้ก็ต่อเมื่อประมาณ 6 ชั่วโมงก่อนที่มันจะลงมายังโลกเท่านั้น และหากมันไปตกลงในเมืองใหญ่ ๆ ก็สามารถทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนักได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามโอกาสที่มันจะตกลงสู่ในเมืองใหญ่ หรือแม้แต่พื้นที่ ๆ มีมนุษย์อาศัยอยู่นั้นก็ค่อนข้างเป็นไปได้น้อย เมื่อเทียบระหว่างอัตราส่วนของพื้นน้ำกับพื้นดินของโลกเรา อย่างไรก็ดีการติดตามตำแหน่งของยานนั้นก็ยังจำเป็นที่ต้องได้รับการเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดต่อไป

เทียนกง 1 จะกลับลงมายังพื้นโลก โดยผ่านความร้อนที่สูงประมาณ 1500 องศาเซลเซียส

อนึง สถานีอวกาศเทียนกงนั้นมีเรื่องราวแปลก ๆ ที่น่าสนใจอยู่ ดังนี้

  • มันถูกทาสีไว้สองสี สีนึงแทนพื้น อีกสีแทนท้องฟ้า เพื่อให้นักบินอวกาศสามารถกำหนดทิศทางของตัวเองในอวกาศได้
  • สถานีอวกาศไม่มีห้องน้ำและห้องครัว บรรดานักบินอวกาศต้องใช้ของบนยานเซินโจวเท่านั้น
  • จะมีเพียงแค่สองคนที่ได้นอนในสถานีอวกาศ อีกคนนึงจะต้องนอนในยานเซินโจว (อีกแล้ว) เพื่อป้องกันความหนาแน่นที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ที่กว้างเพียงแค่ 3 เมตร และยาวแค่ 10 เมตรเท่านั้น
อ่านเหตุผลที่ทำไมเราถึงไม่ควรตื่นตระหนกกับการตกของเทียนกงได้ที่นี่

ถ้าเราบังคับมันได้ มันจะไปตกที่ไหน?

สุสานยานอวกาศ ที่หลับไหลตลอดกาลของบรรดายานอวกาศ

ในกรณีที่สถานีอวกาศเทียนกงยังถูกควบคุมได้จากภาคพื้นดิน นักดาราศาสตร์จะทำการบังคับให้มันไปลงที่บริเวณที่มีชื่อว่า “สุสานยานอวกาศ” ซึ่งเป็นบริเวณที่ห่างไกลจากผู้คนในตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิค โดยในปัจจุบันนั้นมียานอวกาศมากกว่า 250 ลำที่ได้ลงไปจบชีวิตของมันในสุสานแห่งนี้รวมถึงสถานีอวกาศเมียร์ของรัสเซียเช่นกัน เหตุผลที่ยานอวกาศพวกนี้ตกลงมาสู่โลกเป็นเพราะว่ามันมีขนาดที่ใหญ่เกินกว่าจะถูกเผาไหม้ได้หมดด้วยความร้อนในชั้นบรรยากาศ ในขณะที่ส่วนใหญ่ของมันนั้นถูกเผาไหม้ไปอย่างสมบูรณ์ก่อนที่จะตกถึงพื้นโลก

ที่มา:

The Space Academy

CNBC

Wikipedia