วันที่ 11 กันยายน 2001 เป็นวันที่ภาพของนคร New York เปลี่ยนไปตลอดกาล อาคาร World Trade Center ที่เคยตั้งตระหง่านอยู่บนเส้นขอบฟ้าของ Manhattan ถูกเครื่องบินพุ่งชนก่อนที่จะถล่มลงมา กลายเป็นกองเศษเหล็ก เศษกระจก ฝุ่น และซากของสิ่งที่ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงยังเป็นสถานที่ทำงานของผู้คนนับหมื่น ภาพเหล่านั้นถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลก คนที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาเห็นมันในช่วงเช้า คนที่อยู่ในประเทศไทยเห็นมันในช่วงหัวค่ำ และในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง เหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้เปลี่ยนทั้งการเมือง ความมั่นคง การบิน สงคราม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปแทบทั้งหมด แต่ท่ามกลางเศษซากที่ถูกเก็บกู้ออกจากบริเวณ Ground Zero หลังจากนั้น มีโลหะ Aluminium อยู่บางส่วนที่มีชะตากรรมต่างออกไป เพราะแทนที่มันจะถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ ถูกหลอมทิ้ง หรือกลายเป็นอนุสรณ์อยู่ที่ใดที่หนึ่งใน New York โลหะเหล่านั้นกลับเดินทางออกจากโลก และสุดท้ายไปหยุดอยู่บนดาวอังคาร
ไม่ไกลจาก World Trade Center ในย่าน Lower Manhattan มีบริษัทวิศวกรรมขนาดไม่ใหญ่นักชื่อ Honeybee Robotics ตั้งอยู่ ในปี 2001 ทีมวิศวกรที่นั่นกำลังทำงานชิ้นสำคัญให้กับ NASA พวกเขากำลังสร้างเครื่องมือที่ชื่อว่า Rock Abrasion Tool หรือ RAT จำนวนสองชุด สำหรับติดตั้งบนยานสำรวจดาวอังคารสองลำที่ในเวลาต่อมาเราจะรู้จักกันในชื่อ Spirit และ Opportunity หน้าที่ของ RAT ฟังดูธรรมดามาก มันคือเครื่องมือสำหรับเจียรผิวหน้าของก้อนหินบนดาวอังคารออก เพราะเวลาหินวางอยู่บนพื้นผิวเป็นเวลานาน ส่วนด้านนอกของมันจะผ่านการสัมผัสกับฝุ่น ลม รังสี และสภาพแวดล้อมรอบตัว การจะรู้ว่าหินก้อนนั้นประกอบขึ้นมาจากอะไรจริง ๆ เราจึงไม่ควรดูเพียงผิวด้านนอก แต่ต้องเปิดเข้าไปดูเนื้อหินที่อยู่ด้านใน RAT จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่นั้น ก่อนที่เครื่องมือวิทยาศาสตร์ตัวอื่นบนโรเวอร์จะเข้าไปตรวจวัดองค์ประกอบด้านในอีกที เพื่อช่วยตอบคำถามที่ใหญ่กว่าตัวเครื่องมือมากว่า ในอดีตดาวอังคารเคยมีสภาพแวดล้อมแบบใด เคยมีน้ำหรือไม่ และเคยมีช่วงเวลาใดที่ดาวเคราะห์ดวงนี้อาจเหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิต

เช้าวันที่ 11 กันยายน ทีมของ Honeybee Robotics ยังอยู่ใน New York อาคาร World Trade Center อยู่ห่างจากสำนักงานของพวกเขาไม่ถึงหนึ่งไมล์ ในวันนั้นวิศวกรกลุ่มหนึ่งที่กำลังสร้างเครื่องมือเพื่อศึกษาหินบนดาวเคราะห์อีกดวง กลับต้องยืนมองอาคารขนาดใหญ่บนโลกของตัวเองพังถล่มลงต่อหน้าต่อตา หลังเหตุการณ์ Lower Manhattan แทบหยุดนิ่ง ถนนหลายสายถูกปิด เต็มไปด้วยฝุ่นและเศษซาก ผู้คนพยายามตามหาครอบครัว เพื่อน และคนรู้จัก ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงทำงานอยู่ภายในพื้นที่ Ground Zero แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้หยุดตาม New York ไปด้วย โลกยังคงโคจรรอบดวงอาทิตย์ และดาวอังคารก็เช่นกัน การปล่อยยานไปดาวอังคารไม่ใช่เรื่องที่เราจะเลือกวันขึ้นมาแล้วบอกว่าพรุ่งนี้อยากปล่อยก็ปล่อยได้ ตำแหน่งของโลกกับดาวอังคารจะต้องเรียงตัวกันในลักษณะที่เหมาะสมจนเกิดสิ่งที่เรียกว่า Launch Window และหากพลาดช่วงเวลานั้น การเดินทางครั้งต่อไปอาจต้องรออีกนาน กำหนดเวลาของวิศวกรจึงยังคงเดินต่อ ต่อให้โลกด้านนอกสำนักงานของพวกเขาจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม
หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปไม่นาน Steve Kondos วิศวกรจาก Jet Propulsion Laboratory ของ NASA ที่ทำงานร่วมกับทีม Honeybee Robotics มีความคิดขึ้นมาว่า ยานสองลำนี้ควรพาอะไรบางอย่างจากเหตุการณ์ 11 กันยายนเดินทางไปด้วย Honeybee Robotics ติดต่อไปยังสำนักงานนายกเทศมนตรี New York ก่อนที่วันที่ 1 ธันวาคม 2001 จะมีพัสดุกล่องหนึ่งถูกส่งมาถึงบริษัท ภายในนั้นมี Aluminium ที่เก็บมาจากซากของ World Trade Center พร้อมกับข้อความกำกับว่าเป็นวัสดุจาก Tower 1 และ Tower 2
โลหะจากอาคารทั้งสองถูกนำไปตัดและขึ้นรูปใหม่จนกลายเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กจำนวนสองชิ้น มีหน้าที่เป็น Cable Shield หรือ Cable Guard สำหรับปกป้องสายไฟของ Rock Abrasion Tool ชิ้นหนึ่งถูกติดตั้งบน Spirit อีกชิ้นถูกติดตั้งบน Opportunity บนพื้นผิวของโลหะมีรูปธงชาติสหรัฐฯ อยู่ด้วย มันไม่ได้เป็นเพียงของที่ระลึกซึ่งถูกวางไว้บนยานเฉย ๆ แต่เป็นชิ้นส่วนจริงของเครื่องมือ เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ต้องออกไปทำงานบนดาวอังคารพร้อมกับชิ้นส่วนอื่นทุกชิ้น จากส่วนหนึ่งของอาคารใน Manhattan มันกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือที่มนุษย์ใช้เจียรก้อนหินบนดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่ง

Spirit ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศในวันที่ 10 มิถุนายน 2003 ส่วน Opportunity ตามขึ้นไปในวันที่ 7 กรกฎาคมปีเดียวกัน หลังจากเดินทางข้ามอวกาศอยู่นานหลายเดือน Spirit ลงจอดบนดาวอังคารในเดือนมกราคม 2004 บริเวณ Gusev Crater ส่วน Opportunity ลงจอดหลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ในพื้นที่ Meridiani Planum ภารกิจของทั้งสองลำถูกออกแบบไว้ให้ทำงานประมาณ 90 วัน แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นเช่นนั้น Spirit ทำงานอยู่บนดาวอังคารนานกว่าหกปี ขณะที่ Opportunity ซึ่งเดิมควรทำงานเพียงสามเดือน กลับเคลื่อนที่ไปตามพื้นผิวของดาวอังคารเกือบ 15 ปี เดินทางรวมมากกว่า 45 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางนั้น โรเวอร์ทั้งสองลำพบหิน พบชั้นตะกอน พบแร่ธาตุ และพบหลักฐานหลายอย่างที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า ดาวอังคารในอดีตไม่ใช่โลกแห้งแล้งแบบที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้เสมอไป Opportunity พบหลักฐานของสภาพแวดล้อมซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกี่ยวข้องกับน้ำ Spirit พบหลักฐานที่ช่วยให้เราค่อย ๆ ประกอบภาพประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของดาวอังคารขึ้นมาใหม่ และในหลายครั้งก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะได้ข้อมูลเหล่านั้น Rock Abrasion Tool จะต้องเคลื่อนเข้าไปหาก้อนหิน หมุนหัวเจียร และเปิดพื้นผิวของมันออก โดยมีชิ้นส่วน Aluminium จาก World Trade Center ติดอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา
วันที่ 11 กันยายน 2011 เป็นวันครบรอบสิบปีของเหตุการณ์ 11 กันยายน บนโลกมีการจัดพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตใน New York, Washington D.C. และสถานที่ต่าง ๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา แต่ในเวลาเดียวกันนั้น Opportunity อยู่บนดาวอังคารมานานกว่า 2,700 วันแล้ว NASA ใช้กล้องของ Opportunity ถ่ายภาพ Rock Abrasion Tool ของตัวเอง ในภาพนั้นเราสามารถเห็นแผ่น Aluminium ขนาดเล็กพร้อมธงชาติสหรัฐฯ อยู่บนเครื่องมือ

วันนี้ Spirit หยุดทำงานไปแล้ว Opportunity ก็เช่นกัน ไม่มีใครได้ยินสัญญาณจากยานทั้งสองอีก ไม่มีคำสั่งชุดใหม่ถูกส่งไป และ Rock Abrasion Tool ทั้งสองชุดก็จะไม่หมุนเปิดหินก้อนใหม่บนดาวอังคารอีกต่อไป แต่ตัวโรเวอร์ยังอยู่ตรงนั้น บน Gusev Crater มี Spirit และบน Meridiani Planum มี Opportunity และบนโรเวอร์ทั้งสองลำยังมีโลหะจาก World Trade Center อยู่ ซึ่งดาวอังคารไม่มีฝน ไม่มีมหาสมุทร ไม่มีการผุกร่อนแบบเดียวกับโลก บรรยากาศของมันบางและสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงช้ามาก จึงเป็นไปได้ว่าเศษ Aluminium เหล่านั้นจะยังคงอยู่ในสภาพเดิมไปอีกนานมาก นานกว่าชีวิตของคนที่สร้างมัน นานกว่าความทรงจำของคนที่เคยเห็น World Trade Center ด้วยตาของตัวเอง และอาจนานกว่าอาคารจำนวนมากที่เรากำลังมองเห็นอยู่บนโลกในวันนี้
มนุษย์ไม่สามารถย้อนกลับไปเปลี่ยนวันที่ 11 กันยายน 2001 ได้ ไม่สามารถสร้างเช้าวันนั้นขึ้นมาใหม่โดยให้ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย ไม่สามารถทำให้อาคารไม่ถล่ม และไม่สามารถทำให้คนที่จากไปกลับมาได้ สิ่งเดียวที่มนุษย์ทำได้ คือเลือกว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งที่ยังเหลืออยู่ และกับเศษโลหะสองชิ้นนี้ เราเลือกที่จะหยิบมันขึ้นมาจากซากของอาคาร เอามันเข้าเครื่องจักร สร้างมันขึ้นมาใหม่ ติดมันไว้กับเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ แล้วส่งมันออกจากโลก วันนี้หากเรายืนอยู่บน Manhattan แล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เราจะไม่มีทางมองเห็นมันได้ มันอยู่ไกลเกินไปแล้ว ไกลออกไปหลายสิบล้านกิโลเมตร บนดาวเคราะห์สีแดงอีกดวงหนึ่ง มีโรเวอร์สองลำหยุดนิ่งอยู่บนพื้น และบนตัวของมัน มีเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ของ New York อยู่เงียบ ๆ บนดาวอังคาร
เรื่องเล่าจากชาวอเมริกันคนเดียวที่ไม่ได้อยู่บนโลกในวันที่ 11 กันยายน 2001
เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co