SpaceX นำส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman Space Telescope ของ NASA ขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด Falcon Heavy จาก Launch Complex 39A ณ Kennedy Space Center รัฐ Florida สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2026 เวลา 07:26 ตามเวลา ณ ฐานปล่อยหรือ 18:26 ตามเวลาประเทศไทย เปิดฉากภารกิจของกล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นใหม่ที่ NASA วางไว้ให้เข้ามารับช่วงการสำรวจเอกภพในมุมมองที่กว้างกว่ากล้อง Hubble หลายสิบเท่า สามารถอ่านได้ในบทความ เจาะลึกข้อมูลกล้อง Nancy Grace Roman กล้องโทรทรรศน์อวกาศที่จะเปลี่ยนมุมมองต่อเอกภพ และ Nancy Grace Roman ผู้หญิงที่ทำให้มนุษย์มองจักรวาลได้ไกลกว่าเดิม

ทีมงานสเปซทีเอชเดินทางถึงฟลอริดา ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม ก่อนเข้าสู่กิจกรรมสำหรับสื่อมวลชนอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 29 สิงหาคม ซึ่ง NASA จัดทั้งการแถลงข่าวก่อนปล่อยและ Science Briefing เพื่ออธิบายเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ของ Nancy Grace Roman Space Telescope รวมถึงสถานะความพร้อมของยานและจรวด Falcon Heavy ในช่วงสุดท้ายก่อนออกเดินทาง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังไม่มีใครควบคุมได้คือสภาพอากาศ โดยการพยากรณ์ในวันก่อนปล่อยประเมินโอกาสที่สภาพอากาศจะเอื้ออำนวยต่อการปล่อยไว้เพียง 50% ทำให้ตลอดทั้งวันยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนว่าการเดินทางที่ทุกคนเฝ้ารอมาหลายปีจะได้เกิดขึ้นตามกำหนดหรือไม่

จนกระทั่งช่วงเช้ามืดของวันปล่อย บรรยากาศบริเวณ Kennedy Space Center เริ่มเป็นใจมากขึ้น เมฆและสภาพอากาศที่เคยเป็นข้อกังวลค่อย ๆ ดีขึ้น และทีมพยากรณ์อากาศปรับโอกาสที่สภาพอากาศจะเหมาะสมสำหรับการปล่อยขึ้นมาเป็น 70% ขณะที่ Falcon Heavy ตั้งตระหง่านอยู่บน Launch Complex 39A ท่ามกลางความมืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จนกระทั่ง Falcon Heavy ก็ได้บินขึ้นจากฐานปล่อยอย่างสวยงาม นับเป็นภารกิจ Falcon Heavy ที่สองของปี 2026 และเป็นการปล่อย Falcon Heavy ให้กับ NASA ในรอบเกือบสองปี นับจากภารกิจ Europa Clipper

หลังออกจากฐานปล่อย Falcon Heavy ใช้เวลาประมาณ 1 นาที 8 วินาทีเดินทางผ่านช่วง Max Q ก่อนที่ Side Booster ทั้งสองลำจะดับเครื่องและแยกตัวออกจาก Core Stage ในเวลาประมาณ 2 นาที 27 วินาทีหลังปล่อย จากนั้น Booster ทั้งสองหันกลับเข้าสู่โลกและลงจอดอีกครั้งในเวลาประมาณ 7 นาที 40 วินาที ขณะที่ Core Stage และ Second Stage ยังคงนำ Roman เดินทางต่อออกไปสู่อวกาศ
ประมาณ 4 นาที 15 วินาทีหลังปล่อย Payload Fairing ที่ปกป้อง Roman ระหว่างเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศถูกแยกออก ก่อนที่ Second Stage จะทำการจุดเครื่องยนต์อีกครั้งในช่วงประมาณ 24 นาทีหลังปล่อย เพื่อเพิ่มพลังงานให้ยานเข้าสู่วิถีที่มุ่งหน้าออกจากโลก และในเวลาประมาณ 31 นาที 31 วินาทีหลัง Liftoff กล้อง Nancy Grace Roman ถูกปล่อยแยกออกจากจรวดอย่างเป็นอิสระ ถือเป็นจุดที่ภารกิจเดินทางสู่อวกาศของ Roman เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
จากนี้ Roman จะใช้เวลาเดินทางออกไปไกลจากโลกประมาณ 1.6 ล้านกิโลเมตร เพื่อเข้าสู่วงโคจรรอบจุด Sun-Earth Lagrange Point 2 หรือ L2 บริเวณเดียวกับที่ James Webb Space Telescope ปฏิบัติงานอยู่ การอยู่บริเวณนี้ทำให้กล้องสามารถรักษาสภาพแวดล้อมทางความร้อนและทิศทางการสังเกตได้ค่อนข้างคงที่ เหมาะสำหรับการสำรวจท้องฟ้าในย่าน Infrared เป็นเวลานาน
สิ่งที่ทำให้ Roman แตกต่างจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศก่อนหน้า ไม่ใช่การพยายามมองให้ “ลึกที่สุด” เพียงอย่างเดียว แต่คือการมองท้องฟ้าได้ทั้งลึกและกว้างในเวลาเดียวกัน Wide Field Instrument ของ Roman มี Field of View ใหญ่กว่า Hubble ประมาณ 100 เท่า ทำให้นักดาราศาสตร์สามารถสำรวจประชากรกาแล็กซีจำนวนมหาศาล ศึกษา Dark Energy และ Dark Matter รวมถึงสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบในระดับสถิติ โดย NASA ประเมินว่าข้อมูลจากภารกิจอาจนำไปสู่การค้นพบ Exoplanet ใหม่ประมาณ 100,000 ดวงตลอดช่วงการสำรวจ
ที่น่าสนใจคือ Roman เดินทางขึ้นสู่อวกาศเร็วกว่ากำหนดเดิมถึงประมาณ 9 เดือน ซึ่งเป็นภาพที่ค่อนข้างหาดูยากสำหรับ Flagship Mission ขนาดใหญ่ เพราะโครงการอวกาศระดับนี้มักมีเรื่องให้เลื่อนมากกว่าเรื่องให้รีบขึ้น การปล่อยครั้งนี้จึงเป็นปลายทางของกระบวนการออกแบบ ประกอบ ทดสอบ และเตรียมกล้องที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี ก่อนที่งานส่วนต่อไปจะเปลี่ยนจากมือของวิศวกรบนโลก ไปอยู่กับทีม Commissioning และนักดาราศาสตร์ที่จะเริ่มใช้งานกล้องจริง

สำหรับการปล่อย Nancy Grace Roman ครั้งนี้ สเปซทีเอชร่วมกับ น้ำหวาน–ภิรมณ กำเนิดมณี นักศึกษาปริญญาเอกด้านดาราศาสตร์จาก Northwestern University เดินทางไปยัง Kennedy Space Center ในฐานะทีมงานของสเปซทีเอช เพื่อร่วมติดตามบรรยากาศการปล่อยภารกิจจากพื้นที่จริง


ความพิเศษคือ น้ำหวานไม่ได้เดินทางไปในฐานะผู้ชมการปล่อยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นนักดาราศาสตร์ซึ่งทำงานกับข้อมูลและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Nancy Grace Roman โดยตรง ทำให้เรื่องราวของ Roman สำหรับเราครั้งนี้ไม่ได้จบลงตรงภาพ Falcon Heavy ลอยขึ้นจากฐานปล่อย แต่จะตามต่อไปถึงคำถามว่า เมื่อกล้องเริ่มมองเอกภพจริง ๆ แล้ว นักดาราศาสตร์จะเอาข้อมูลมหาศาลเหล่านั้นไปทำอะไร เราจะวัดสิ่งที่มองไม่เห็นอย่าง Dark Matter และ Dark Energy ได้อย่างไร และคนรุ่นใหม่ที่กำลังทำงานอยู่ตรงรอยต่อของภารกิจนี้มองอนาคตของดาราศาสตร์ไว้อย่างไร สเปซทีเอชจึงได้จัดเตรียมคอนเทนต์ชุดพิเศษจาก Kennedy Space Center ที่จะพาไปตั้งแต่บรรยากาศของวันปล่อย ไปจนถึงเบื้องหลังงานวิทยาศาสตร์ของ Nancy Grace Roman ผ่านสายตาของคนที่วันหนึ่งจะต้องเปิดข้อมูลจากกล้องตัวนี้ขึ้นมาบนหน้าจอ แล้วพยายามตอบคำถามบางข้อเกี่ยวกับเอกภพที่มนุษย์ยังตอบไม่ได้
เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co