พาชม Asus Zenbook 14X OLED Space Edition โน๊ตบุ๊คสุดเนิร์ดสำหรับคนสายอวกาศ

บทความได้รับการสนับสนุนจาก Asus Thailand

ในงาน CES 2022 ที่ผ่านมา หนึ่งในสินค้าที่ทาง Asus เปิดตัวและเรารู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ที่ได้เห็นก็คือคอมพิวเตอร์รุ่นฉลองครบรอบ 25 ปี การส่งโน๊ตบุ๊ครุ่น Asus P6300 ขึ้นไปใช้งานบนสถานีอวกาศ Mir ของรัสเซีย ด้วยการเปิดตัวโน๊ตบุ๊ค Asus Zenbook 14X OLED Space Edition ที่ใช้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาในธีมอวกาศ และยังใช้มาตรฐานงานวิศวกรรม วัสดุ ผ่านมาตรฐานควาทนทานในระดับงาน Space Grade และเสป็คที่เร็วแรง เหมาะสำหรับการทำงานที่หนักหน่วง

วันนี้ ทาง Asus ประเทศได้ ได้ประกาศวางจำหน่าย Asus Zenbook 14X OLED Space Edition อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว และเราก็ได้รับตัวคอมพิวเตอร์รุ่นนี้มารีวิวให้ทุกคนได้ชมถึงความเนิร์ด กี๊ค ที่ทาง Asus สามารถมัดใจคนสายอวกาศได้จริง ๆ

ในรีวิวนี้ นอกจากพูดถึงตัวคอมพิวเตอร์แล้ว เราจะยังพามาดูองค์ประกอบการออกแบบที่ประกอบสร้างเป็นโน๊ตบุ๊คที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Space Edition ตัวนี้

แกะกล่อง Asus Zenbook 14X OLED Space Edition

Asus Zenbook 14X OLED Space Edition มาในกล่องขนาดใหญ่ สีดำ เรียกได้ว่าเท่ตั้งแต่กล่อง ด้านหน้าจะมีสัญลักษณ์ที่คล้าย ๆ กับตัว Pulsar Map ที่ Carl Sagan ออกแบบมาใช้ส่งไปกับภารกิจ Pionner 10 และ 11 แต่ทาง Asus ปรับให้เป็นรหัสมอสแทน จริง ๆ แล้วในคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ จะมีการแฝงรหัสมอสมาอยู่เยอะมาก โดยเฉพาะคำว่า “Ad Astra Per Aspera” ซึ่งคงไม่ต้องอธิบายกันเยอะว่าคำนี้มีความหมายสำหรับคนในวงการอวกาศแค่ไหน

เมื่อเปิดกล่องออกมา ก็จะพบกับตัวกล่องที่บรรจุโน๊ตบุ๊คของเราไว้ (สีเงิน) ซึ่งเดี๋ยวเราจะดูรายละเอียดบนกล่องกันอีกครั้งนึง โดยทั้งหมดที่บรรจุมาก็ได้แก่

  • Asus Zenbook 14X OLED Space Edition มาในกล่องสีเงิน (ด้านในมีตัวคอมพิวเตอร์และเอกสาร, Welcome Card, คู่มือต่าง ๆ)
  • กระเป๋ารุ่น Space Edition สีเงิน ที่ออกแบบมาให้คล้ายกับวัสดุแนว ๆ Thermal Insulation สำหรับใช้งานในอวกาศ
  • ปากกา Asus Pen 2.0
  • กล่องสำหรับใส่ Power Adapter แบบ 100 วัตต์ มาพร้อมสาย Extension Cable, สายชาร์จแบบ USB-C, และมีแถม Adapter Ethernet to USB มาให้

โดยบนตัวกล่อง ก็จะมีแผนที่ระบบสุริยะมาให้ด้วย ซึ่งแผนที่นี้ก็ถอดแบบมาจาก Pioneer Plaque ของ Carl Sagan เช่นกัน

เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะพบกับตัว Asus Zenbook 14X OLED Space Edition ของเรา แต่ก่อนหน้าที่จะไปดูตัวโน๊ตบุ๊ค จะมาไล่เก็บรายละเอียดองค์ประกอบอื่น ๆ ในรุ่น Space Edition นี้กันก่อน

โดยรายละเอียดที่อยากชี้ให้ดูก็คือนอกจากตัวโน๊ตบุ๊คแล้ว จะมีซองสีเงินซึ่งออกแบบมาให้คล้ายกับ Thermal Insulation เมื่อเปิดมาจะพบกับเอกสารคู่มือ เอกสารการรับประกัน และตัว Welcome Card ที่ระบุเรื่องราวการฉลองครบรอบ 25 ปี ของ Asus P6300 บนสถานีอวกาศ Mir และสติกเกอร์ลายพิเศษที่แถมมาให้ด้วย

เรียกได้ว่า ของแถม ของสะสม จัดเต็มมาก ๆ สำหรับรุ่น Space Edition นี้

หลังจากที่ดูแพจเกจกันไปแล้ว เราจะมาดูรายละเอียดของตัว Asus Zenbook 14X OLED Space Edition ในแง่ของการออกแบบ และรายละเอียด เสป็ค ต่าง ๆ กันบ้าง

งานออกแบบของ Asus Zenbook 14X OLED Space Edition

ตัว Asus Zenbook 14X OLED Space Edition รุ่นที่เราได้รับมามีรายละเอียด Tech Spec ดังนี้

  • ใช้ CPU Intel Core i7-12700H (มีรุ่น Intel Core i9-12900H ให้เลือก) ใช้ GPU Intel® Iris Xe Graphics
  • หน้าจอ 14 นิ้ว ให้ความละเอียด 4K (3840 x 2400) แบบ OLED ขอบเขตสีกว้างแบบ DCI-P3 ระดับ 100%
  • หน้าจอ Touch Screenได้ อันตราส่วนจอแบบ 16:10
  • ใช้ Memory สูงสุด 32GB LPDDR5 (ซึ่งทุกรุ่นในซีรีส์นี้จะเป็นแบบ LPDDR5 เหมือนกันทั้งหมด)
  • ทุกรุ่นใช้ SSD แบบ M.2 NVMe ผ่านการเชื่อมต่อ PCIe 1TB

ระบบเสียงสเตอริโอที่ได้รับการรับรองจาก Dolby Atmos และโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงจาก Harman Kardon

นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดในด้านการออกแบบส่วนอื่น ๆ ได้แก่ การใช้วัสดุเป็น Aluminium Alloy ใช้สีที่ทาง Asus เรียกว่า Zero-G Titanium ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียงแค่ 1.4 กิโลกรัม และมีความหนาเพียงแค่  1.59 เซนติเมตรเท่านั้น ทำให้สะดวกต่อการพกพา ทำงานได้สะดวก

และเพื่อเป็นตัวแทนของโน๊ตบุ๊ครุ่นอวกาศ ระดับ Space Grade ตัว Asus Zenbook 14X OLED Space Edition ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานระดับอวกาศ (ตามมาตรฐาน SMC-S-016A) ทนทานต่อการสั่นสะเทือนที่รุนแรง 50 ถึง 5,000 Hz และอุณหภูมิการทำงานช่วงกว้าง -24 ถึง 61°C

ในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อ ทาง Asus ให้พอร์ตการเชื่อมต่อมาจัดเต็ม มีพอร์ต Thunderbolt 4 (ซึ่งใช้เป็นพอร์ตชาร์จผ่าน USB-C ด้วย) มีพอร์ต HDMI และ USB-A มาให้ พอร์ตหูฟังแบบ 3.5 และมีช่องเสียบ Micro SD Card มาให้

นอกจากนี้ทาง Asus ยังได้ใส่สิ่งที่เรียกว่า Asus Zen Vision เป็นหน้าจอ OLED ขนาดเล็กที่อยู่ด้านหลังของหน้าจอ ไว้สำหรับบอกรายละเอียดต่าง ๆ เช่น วัน เวลา สถานะการชาร์จแบต และสามารถแต่งให้มี Animation ที่เราชอบได้ สามารถเลือกใส่คำที่เราชอบ หรือทำให้เป็นนามบัตรแบบ QR Code ได้ผ่านการปรับแต่งด้วยแอพ My Asus

และด้านหลังของ Asus Zenbook 14X OLED Space Edition ทาง Asus เลือกที่จะสลักรหัสมอสคำว่า “Ad Astra Per Aspera” มาด้วย ในบริเวณฝาด้านหลัง

ในส่วนของด้านหลัง ก็จะมีคำว่า Ad Astra Per Aspera สลักไว้ด้วยเช่นเดียวกัน เรียกว่า Asus เลือกที่จะใช้คำนี้เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณการสำรวจอวกาศจริง ๆ

นอกจากนี้ ก็ยังมีการใส่องค์ประกอบด้านอวกาศอื่น ๆ มา เช่นปุ่ม Space Bar บนคีย์บอร์ด รวมถึงการเลือกใช้ฟอนต์ สี ต่าง ๆ ก็ออกมาดูล้ำสมัย ดูพรีเมียมมาก ๆ

ในส่วนของการออกแบบ เรียกได้ว่าทาง Asus สามารถเก็บรายละเอียได้อย่างดีมาก ๆ มีการทำ Reserch ในด้านการออกแบบในธีมอวกาศที่ค่อนข้างดี ไม่ได้เป็นแค่กิมมิกใส่เข้ามาโดยไม่รู้ความหมาย

การใช้งาน Asus Zenbook 14X OLED Space Edition

ต้องบอกว่า ทาง Asus ได้วาง Position ของโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้กับคนสองกลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกก็คือคนที่ชอบเรื่องอวกาศ อยากจะได้คอมพิวเตอร์ที่แสดงความเป็นตัวเอง แสดงความชื่นชอบด้านอวกาศ และอินกับการเก็บสะสมสินค้าที่มี Story เกี่ยวข้องกับอวกาศ กลุ่มที่สองก็คือกลุ่มที่ต้องทำงานโดยอาศัยคอมพิวเตอร์ที่เร็ว แรง เน้นความบางเบา พกพาสะดวกและมาพร้อมกับดีไซน์สวย พรีเมียม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีเทคโนโลยีนวัตกรรมล่าสุด ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่ดีไซน์ออกมาแบบนี้ เร็วแรงแบบนี้ ในราคาระดับนี้ เรียกได้ว่าคุ้มค่ามาก ๆ หรืออีกอย่างก็คือทั้งคู่ เราอาจจะเป็นคนที่ทำงานด้านอวกาศ เช่น เป็นวิศวกรอวกาศ เป็นนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และต้องการคอมพิวเตอร์ที่เร็วแรง ไว้ใช้สำหรับงานด้านวิศวกรรม หรือการใช้โปรแกรมเฉพา

หรืออีกอย่างก็คือทั้งคู่ เราอาจจะเป็นคนที่ทำงานด้านอวกาศ เช่น เป็นวิศวกรอวกาศ เป็นนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และต้องการคอมพิวเตอร์ที่เร็วแรง ไว้ใช้สำหรับงานด้านวิศวกรรม หรือการใช้โปรแกรมเฉพาะ

เรายังมีรีวิว Asus Zenbook 14X OLED Space Edition ฉบับเต็ม ที่เราได้ลองเชิญวิศวกรอวกาศตัวจริงเสียงจริง มาทดลองใช้ Asus Zenbook 14X OLED Space Edition ตัวนี้ดู โดยได้มีการลองทำงานวิศวกรรมจริง ๆ เพื่อเน้นย้ำประสิทธิภาพการประมวลผล ซึ่งการมีคอมพิวเตอร์ที่สามารถพกพาได้สะดวก ก็ช่วยให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาหน้างานได้

(ใส่วิดีโอ)

บอกได้เลยว่า นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานด้านอวกาศ น่าจะต้องเสียเงินให้กับ Asus Zenbook 14X OLED Space Edition กันบ้าง

สรุปด้านดีไซน์ คอนเซป การใช้งาน และภาพรวม

Asus Zenbook 14X OLED Space Edition เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นอวกาศที่ออกแบบมาเพื่อคนชอบอวกาศอย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นการแค่โหนกระแสของอวกาศ ด้วยการเรียบเรียงเรื่องราว งานดีไซน์ที่ใส่องค์ประกอบของการสำรวจอวกาศ ที่แสดงถึงปรัชญาและจิตวิญญาณของการสำรวจอวกาศมาได้อย่างครบถ้วน เสป็คที่เร็วแรง วัสดุคุณภาพสูง พรีเมียม Asus Zenbook 14X OLED Space Edition ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมาก ๆ ในบรรดาโน๊ตบุ๊คในตลาดที่เปิดตัวมาในปี 2022 นี้

สำหรับราคา Asus Zenbook 14X OLED Space Edition เปิดตัวมาในราคาดังนี้

  • ราคาเริ่มต้น 53,990 บาท สำหรับรุ่น Intel Core i7-12700H
  • ราคาเริ่ทต้น 63,990 บาท สำหรับรุ่น Intel Core i9-12900H

โดยสามารถ ดูเสป็ค ราคา และสั่งซื้อได้ทางเว็บไซต์ Asus Thailand บริการส่งฟรีทั่วไทย

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

บทความได้รับการสนับสนุนจาก Asus Thailand