NASA มีแผนจะส่งฝาแฝดของ Perseverance ไปลงจอดบนดวงจันทร์ สนับสนุนโครงการ Moon Base

1 กรกฎาคม 2026 NASA ได้ออกมาประกาศแผน NASA Awards More Moon Base Science, Previews New Opportunities ซึ่งเป็นการประกาศเลือก 3 บริษัทได้แก่ Astrobotic, Intuitive Machines และ Firefly Aerospace ในการนำส่งการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของ NASA ไปยังดวงจันทร์ ซึ่งเอาเข้าจริงเนื้อหาก็ไม่ได้มีอะไรมาก เพราะบริษัทเหล่านี้ ถูกเลือกให้ทำงานภายใต้โครงการ Commercial Lunar Reserch Station หรือ CLPS อยู่แล้ว แต่อีกหนึ่งสิ่งที่น่าจับตามองคือ NASA ได้เปิดเผยว่า มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งโรเวอร์ขนาดเท่ากับ Perseverance ไปลงจอดบนดวงจันทร์

NASA ตั้งชื่อโรเวอร์ดังกล่าวว่า PROMISE ซึ่งย่อมาจาก Polar Rover for Observation, Mapping and In-Situ Exploration ซึ่งจะถูกส่งไปสำรวจบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ สนับสนุนโครงการ Moon Base ซึ่งเป็นการตั้งฐานวิจัยบนดวงจันทร์ตามที่ NASA ประกาศไปก่อนหน้านี้ใน สรุปรายละเอียดและวิเคราะห์แผน Moon Base การตั้งฐานบนดวงจันทร์ของ NASA โดยตัว PROMISE จะเป็นการหยิบเอาโรเวอร์ Enginnering Model ของยาน Perseverance มาใช้ ซึ่งตัวโรเวอร์ดังกล่าวมีชื่อว่า OPTIMISM ย่อมาจาก Operational Perseverance Twin for Integration of Mechanisms and Instruments Sent to Mars โดยโรเวอร์ตัวดังกล่านั้น เหมือนกับ Perseverance ทุกประการ และถูกใช้สำหรับเป็นตัวทดสอบให้กับ Perseverance ซึ่ง ณ ตอนนี้อยู่ที่ Jet Propulsion Laboratory หรือ JPL ในแคลิฟอร์เนีย เพียงแต่ว่าโรเวอร์นี้ จะไม่มีการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าด้วยนิวเคลียร์หรือ Radioisotopic Thermoelectric Genrator หรือ RTG ซึ่งในการส่งไปยังดวงจันทร์ โรเวอร์ PROMISE จะได้รับการติดตั้ง RTG เพื่อให้สามารถทำงานได้

OPTIMISM ซึ่งเป็นยานฝาแฝดแบบ Engineering Model ของ Perseverance ที่ตอนนี้อยู่ที่ Jet Propulsion Laboratory ในแคลิฟอร์เนีย ที่มา – NASA/JPL-Caltech

ณ ปัจจุบัน NASA มีโครงการ Rover บนดวงจันทร์ที่ชื่อ VIPER ที่ถูกออกแบบมาเพื่อศึกษาน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และจะถูกส่งไปลงจอด ณ ขั้วใต้ของดวงจันทร์กับยานลงจอดของ Blue Origin NASA เลือก Blue Origin นำยาน VIPER ลงจอดบนดวงจันทร์ รอดถูกแยกส่วนหลังโดนตัดงบ แต่ตัว VIPER นั้น มีขนาดเท่า ๆ กับรถกอล์ฟเพียงเท่านั้น และมีมวลเพียงแค่ 450 กิโลกรัม แตกต่างจากยานตระกูล Perseverance ที่มีขนาดเท่ากับรถ SUV และมีมวลถึง 1,000 กิโลกรัม พร้อมกับมีแขนกลและระบบที่ซับซ้อนกว่า สามารถติดตั้งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ได้มากกว่า ทำให้น่าจับตามองว่า PROMISE นั้น นับว่าเป็นการซื้อความสะดวกสบายของ NASA ในการที่ไม่ต้องไปออกแบบตัวโรเวอร์ใหม่ แต่หยิบเอาวิศวกรรมที่ถูกพิสูจน์บนพื้นผิวดาวอังคารมาแล้ว มาใช้กับภารกิจสนับสนุนการตั้งฐานสำรวจบนดวงจันทร์

ก่อนหน้านี้เอง NASA ก็เคยมีแผนการศึกษาและออกแบบโรเวอร์ชื่อ Endurance ซึ่งเป็นโรเวอร์มวล 480 กิโลกรัม แต่ออกแบบมาให้เดินทางไกลได้มากกว่า 2,000 กิโลเมตรบนพื้นผิวดวงจันทร์ในช่วงปี 2024-2034 ไกลกว่าสถิติเดิมของยาน Lunakhod ของสหภาพโซเวียตที่ส่งไปลงจอดในปี 1973 และเดินทางบนผิวดวงจันทร์ 42 กิโลเมตร อย่างไรก็ดี โครงการ Endurance นั้นยังไม่เคยเกิดขึ้นจริง ในแง่ของการสำรวจพื้นผิวดาวอื่นที่ไม่ใช่โลกแล้ว หากเราดูจากตัวเลขของ Perseverance ณ ตอนนี้ เดินทางบนผิวดาวอังคารไปแล้ว 45 กิโลเมตร กำลังจะทำลายสถิติเดิมของ Opportunity เราจะเห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เราไม่เคยทำ Rover ให้เดินทางไกลกว่านี้มาก่อน โครงการ PROMISE ที่ใช้สถาปัตยกรรมโรเวอร์แบบ Perseverance จึงน่าถูกจับตามองว่าอาจจะเป็นโรเวอร์ที่สำรวจพื้นผิวได้ไกลที่สุดด้วยเช่นกัน

สำหรับแผน PROMISE จะเป็นยังไงต่อนั้นก็คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ที่แน่ ๆ หาก NASA ส่ง PROMISE ไปดวงจันทร์ได้ ก็จะช่วยร่นระยะเวลาการออกแบบยานรุ่นใหม่ได้หลายปีเลยทีเดียว ส่วนการลงจอดนั้นแน่นอนว่าต้องออกแบบสถาปัตยรรมใหม่ เพราะยานตระกูล Perseverance ถูกออกแบบมาให้ลงจอดด้วยระบบ Skycrain ที่ใช้ตัวจรวดค่อย ๆ หย่อนตัวโรเวอร์ลงมาด้วยเชือก วิธีนี้ไม่เหมาะอย่างมากกับการลงจอดในที่ที่ไม่มีบรรยากาศและแรงโน้มถ่วงต่ำอย่างดวงจันทร์ และอาจเป็นสิ่งที่ขัดต่อสถาปัตยกรรมการออกแบบโรเวอร์ตระกูลนี้ที่สุดในภารกิจ

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.