ไฟป่าในสเปนส่งผลให้ NASA และ ESA ต้องปิดระบบสื่อสารกับยานอวกาศ กระทบ Deep Space Network

เกิดเหตุไฟป่าลุกลามเข้าใกล้ Madrid Deep Space Communications Complex หรือศูนย์จานสื่อสารห้วงอวกาศลึกของ NASA ที่เมือง Robledo de Chavela ทางตะวันตกของกรุง Madrid ประเทศสเปน ล่าสุดเจ้าหน้าที่ภายในศูนย์กว่า 90 คนถูกอพยพออกจากพื้นที่แล้ว ขณะที่ข้อมูลสถานะการทำงานของเครือข่ายในช่วงเกิดเหตุแสดงให้เห็นว่า จานสื่อสารทั้ง 6 ตัวภายในศูนย์ไม่ได้อยู่ระหว่างการรับส่งสัญญาณกับยานอวกาศ

ภาพไฟป่าที่กำลังลุกไหม้อย่างหนักอยู่เบื้องหลังกลุ่มจานสื่อสารถูกเผยแพร่ผ่าน Social Media ในช่วงประมาณ 03:00 ของวันที่ 25 กรกฎาคม 2026 ตามเวลาประเทศไทย ใกล้เคียงกับช่วงที่สื่อท้องถิ่นของสเปน Última hora de los incendios forestales, en directo | Más de 60.000 afectados por el fuego voraz en Madrid y Ávila เริ่มรายงานว่าไฟป่าบริเวณ Sierra Oeste ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้น Madrid กำลังลุกลามเข้าสู่พื้นที่ Robledo de Chavela และชุมชนใกล้เคียง

ไฟป่าในสเปนทวีความรุนแรงขึ้นมากใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา บัญชีโซเชียลมีเดีย INFUES Avila ทยอยโพสต์รายงานภาพความรุนแรงของเหตุการณ์ดังกล่าว

จากข่าวดังกล่าวรัฐบาลท้องถิ่นได้สั่งอพยพประชาชนจาก Robledo de Chavela ซึ่งมีประชากรราว 4,800 คน พร้อมกับเมืองโดยรอบหลายแห่ง หลังแนวไฟบางส่วนขยายตัวจนเกินขีดความสามารถในการควบคุม เจ้าหน้าที่รัฐบาลสเปนระบุว่าสถานการณ์รอบศูนย์ของ NASA อยู่ในระดับ “วิกฤต” และหน่วยฉุกเฉินกำลังพยายามป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้าสู่พื้นที่ของศูนย์ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเปลวไฟเข้าถึงตัวอาคารหรือสร้างความเสียหายต่อจานสื่อสารแล้วหรือไม่

Madrid Deep Space Communications Complex เป็นหนึ่งในสถานีหลักสามแห่งของ Deep Space Network หรือ DSN ร่วมกับ Goldstone ในรัฐ California สหรัฐอเมริกา และ Canberra ในออสเตรเลีย โดยแต่ละสถานีตั้งอยู่ห่างกันราว 120 องศารอบโลก เพื่อให้สามารถผลัดกันติดตามยานอวกาศได้อย่างต่อเนื่องในขณะที่โลกหมุนรอบตัวเอง ศูนย์ที่ Madrid มีจานสื่อสารทั้งหมด 6 ตัว รวมถึงจาน DSS-63 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 70 เมตร ซึ่งใช้รับสัญญาณอันอ่อนมากจากยานที่อยู่ห่างออกไปหลายพันล้านกิโลเมตร

การหยุดทำงานของสถานีแห่งหนึ่งไม่ได้หมายความว่า NASA จะสูญเสียการติดต่อกับยานอวกาศทุกลำในทันที เนื่องจากภารกิจบางส่วนสามารถเลื่อนตารางรับส่งข้อมูลหรือโอนงานไปยังสถานี Goldstone และ Canberra ได้ แต่จะทำให้ช่วงเวลาที่เครือข่ายสามารถมองเห็นยานแต่ละลำลดลง พร้อมเพิ่มภาระให้กับสถานีอีกสองแห่ง ซึ่งเดิมก็ต้องแบ่งเวลาระหว่างภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวเคราะห์ชั้นนอก และกล้องโทรทรรศน์อวกาศจำนวนมากอยู่แล้ว

ภาพจากหน้าเว็บไซต์ Deep Space Network Now แสดงจานที่ Madrid ทั้ง 6 ตัว ไม่มีการรับหรือส่งสัญญาณ

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในช่วงที่ Deep Space Network กำลังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังรองรับและการบำรุงรักษา โดยก่อนหน้านี้ DSS-14 จานขนาด 70 เมตรที่ Goldstone ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2025 หลังระบบควบคุมหมุนจานเกินขอบเขตที่กำหนดจนดึงรั้งสายไฟ ท่อ และระบบดับเพลิง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและความเสียหายมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ ปัจจุบันจานดังกล่าวยังคงปิดเพื่อซ่อมแซมและปรับปรุงระบบ วิกฤติ Infrastructure เมื่อเครือข่าย Deep Space Network ไม่เพียงพอต่อการใช้งานจริง

NASA และหน่วยงานที่ดูแลศูนย์ยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเสียหาย ระยะเวลาที่สถานีจะหยุดทำงาน หรือภารกิจอวกาศที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยการประเมินสภาพของระบบน่าจะเกิดขึ้นได้หลังเจ้าหน้าที่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าสู่พื้นที่และสถานการณ์ไฟป่าอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว

นอกจากสถานีของ NASA แล้ว พื้นที่ใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของ Cebreros Deep Space Tracking Station ขององค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัด Ávila ติดกับพื้นที่ทางตะวันตกของ Madrid ภาพล่าสุดจาก Webcam ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในสถานีเผยให้เห็นแสงและแนวไฟป่าบนภูเขาโดยรอบอย่างชัดเจน

ภาพของจาน Cebreros จากระบบ Webcam ของ ESA ที่ถ่ายทอดสดผ่านแอพ Windy จากองค์การอวกาศยุโรป

สถานี Cebreros เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย ESTRACK ของ ESA และมีจาน CEB1 หรือ Deep Space Antenna 2 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 35 เมตร ใช้สำหรับรับส่งข้อมูลกับภารกิจในห้วงอวกาศ โดย ESA เปิดเผยภาพจาก Webcam ของสถานีตลอด 24 ชั่วโมงและปรับปรุงภาพทุกประมาณ 5 นาที อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานยืนยันว่าไฟป่าได้เข้าสู่พื้นที่ของสถานี หรือส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของจาน CEB1 แล้วหรือไม่

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.