ชุดการทดลอง TIGERS-X ของไทยที่เดินทางขึ้นไปศึกษาการผสมของเหลวบนสถานีอวกาศนานาชาติ ถูกส่งมอบกลับถึงมือทีมวิจัยแล้ว หลังเดินทางกลับโลกพร้อมยาน Dragon ในภารกิจ CRS-34 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยหลังการกู้คืนในสหรัฐอเมริกา Payload ถูกส่งต่อมายังบริษัท Space Applications Services ประเทศเบลเยียม ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ICE Cubes บนสถานีอวกาศนานาชาติ และเป็นพันธมิตรที่ประสานงานการนำ TIGERS-X ขึ้นไปติดตั้งและใช้งานในอวกาศ ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2026 วิศวกรโครงการจึงได้เดินทางไปรับชุดการทดลองจากบริษัทดังกล่าวเพื่อนำกลับประเทศไทย โดยทีมวิจัยระบุว่าจะนำ Payload ที่ผ่านการใช้งานจริงในอวกาศนี้มาจัดแสดงในงาน Thailand Space Expo ให้ผู้เข้าชมได้เห็นฮาร์ดแวร์เบื้องหลังการทดลองของไทยอย่างใกล้ชิด



TIGERS-X หรือ Thailand Innovative G-force Varied Emulsification Research for Space Exploration เป็นโครงการที่นำโดยคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการไหลและการผสมของของเหลวในสภาวะ Microgravity โดยเฉพาะการเกิด Emulsion ซึ่งเป็นการกระจายตัวของของเหลวชนิดหนึ่งเป็นหยดเล็ก ๆ อยู่ในของเหลวอีกชนิด เช่น น้ำมันในน้ำ งานวิจัยนี้มีเป้าหมายสร้างองค์ความรู้สำหรับพัฒนาโภชนาการทางหลอดเลือดดำ หรือ Total Parenteral Nutrition ซึ่งใช้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับสารอาหารผ่านระบบย่อยอาหารได้ตามปกติ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ด้านโภชนาการและเวชภัณฑ์สำหรับการสำรวจอวกาศในอนาคต การทดลองในวงโคจรช่วยลดอิทธิพลของการลอยตัวและการแยกชั้นจากแรงโน้มถ่วง ทำให้นักวิจัยศึกษากลไกการผสมได้ในสภาพที่แตกต่างจากบนโลก TIGERS-X ประสบความสำเร็จ หลังทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาตินาน 10 วัน


ภายใน Payload มีระบบ Lab-on-a-Chip ที่นำของเหลวไหลผ่านช่องขนาดเล็ก พร้อมระบบปั๊ม กล้องบันทึกภาพ และคอมพิวเตอร์ควบคุมการทดลอง ชุดอุปกรณ์นี้เดินทางขึ้นสู่อวกาศกับ CRS-34 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2026 ตามเวลาประเทศไทย ก่อนที่ Sophie Adenot นักบินอวกาศของ ESA จะติดตั้งเข้ากับ ICE Cubes Facility ภายในโมดูล Columbus เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม หลังติดตั้งแล้ว ทีมวิจัยสามารถส่งคำสั่งควบคุมและรับข้อมูลจากห้องควบคุมภารกิจในประเทศไทย โดยไม่ต้องให้นักบินอวกาศเข้ามาดำเนินการทดลองแต่ละรอบด้วยตนเอง นับเป็นครั้งแรกที่ห้องควบคุมภารกิจในไทยได้ปฏิบัติการชุดการทดลองของไทยบนสถานีอวกาศนานาชาติโดยตรง
การปฏิบัติงานของ TIGERS-X สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน หลังทำงานในวงโคจรเป็นเวลาประมาณ 10 วัน โดยทีมวิจัยรายงานว่าระบบได้รับคำสั่งจากภาคพื้นดินทั้งหมด 1,407 คำสั่ง และบันทึกวิดีโอการทดลอง 4,342 ไฟล์ รวมข้อมูลประมาณ 110 GB ซึ่งบางส่วนถูกดาวน์โหลดกลับมาวิเคราะห์ตั้งแต่ Payload ยังอยู่ในอวกาศ ความสำเร็จครั้งนี้จึงครอบคลุมทั้งการเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และการทดสอบว่าระบบจัดการของเหลว อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และการควบคุมระยะไกลที่ทีมไทยพัฒนาขึ้นสามารถทำงานร่วมกันได้จริงในวงโคจร ก่อนนำชุดการทดลองกลับโลกพร้อม CRS-34 และส่งต่อคืนให้ทีมวิจัย
การได้รับฮาร์ดแวร์กลับคืนมาในเดือนตุลาคมเรียกได้ว่าเป็นการปิดฉากภารกิจของ TIGERS-X อย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ประกอบ ทดสอบ ส่งขึ้นสู่อวกาศ ควบคุมการทดลองจากประเทศไทย ไปจนถึงการนำอุปกรณ์กลับถึงมือนักวิจัย ขณะเดียวกัน Sophie Adenot ซึ่งเป็นผู้ติดตั้งชุดการทดลองและเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ทำให้ภารกิจเริ่มต้นขึ้นได้ ก็เดินทางกลับโลกแล้วเช่นกัน โดยเธอกลับพร้อมภารกิจ Crew-12 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 หลังใช้เวลาในอวกาศเกือบแปดเดือน ทำให้ทั้งชุดการทดลองและนักบินอวกาศผู้ดูแลการติดตั้งกลับมาอยู่บนโลกอีกครั้งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
อย่างไรก็ตาม การสิ้นสุดเที่ยวบินของ TIGERS-X ยังมีงานต่อเนื่องทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลและการพัฒนาโครงการใหม่ ล่าสุดทีมวิจัยระบุว่าอยู่ระหว่างการนำเสนอการทดลองที่ต่อยอดจากสถาปัตยกรรมของ Payload เดิม โดยนำประสบการณ์จากระบบที่ผ่านการใช้งานบนสถานีอวกาศนานาชาติมาเป็นฐานสำหรับงานวิจัยครั้งถัดไป ส่วนการนำ TIGERS-X มาจัดแสดงในงาน Thailand Space Expo จะเปิดโอกาสให้สาธารณชนเห็นของจริงที่เคยทำงานอยู่เหนือพื้นโลก และเห็นว่าผลลัพธ์ของโครงการอวกาศหนึ่งโครงการมีทั้งข้อมูลจากการทดลอง ฮาร์ดแวร์ที่นำกลับมาตรวจสอบได้ และความสามารถของทีมวิจัยกับวิศวกรที่จะนำไปใช้สร้างการทดลองรุ่นต่อไป
เรื่องราวการมาส่ง TIGERS-X เดินทางขึ้นสู่อวกาศในเที่ยวบิน CRS-34
เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co