NASA ประกาศชื่อลูกเรือภารกิจ Artemis III ทดสอบสองสัปดาห์บนวงโคจรโลก

NASA ได้ประกาศรายชื่อลูกเรือสำหรับภารกิจ Artemis III อย่างเป็นทางการ ในงานที่จัดขึ้นที่ NASA Johnson Space Center รัฐเท็กซัส โดยลูกเรือหลักของภารกิจนี้ประกอบด้วย Randy Bresnik รับหน้าที่ Commander หรือผู้บัญชาการภารกิจ, Luca Parmitano นักบินอวกาศจาก European Space Agency หรือ ESA รับหน้าที่ Pilot หรือนักบิน, Frank Rubio และ Andre Douglas รับหน้าที่ Mission Specialist หรือผู้เชี่ยวชาญภารกิจ ส่วน Bob Hines จะเป็น Backup หรือลูกเรือสำรองของภารกิจ

ในงาน NASA’s Artemis III Announcement ผู้อำนวยการ Jared Isaacman ของ NASA ได้กล่าวอัพเดทภาพรวมของภารกิจ Artemis III โดยเน้นว่าเป้าหมายใหญ่ของ Artemis ไม่ใช่เพียงการกลับไปแตะพื้นผิวดวงจันทร์ซ้ำอีกครั้ง แต่คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการอยู่และทำงานบนดวงจันทร์ในระยะยาว หรือ Moon Base ซึ่งแปลว่า NASA จำเป็นต้องลดความเสี่ยงของระบบต่าง ๆ ให้มากที่สุดก่อนจะเอาลูกเรือไปอยู่ในภารกิจที่ไกลกว่าและซับซ้อนกว่า Artemis III จึงถูกวางให้เป็นภารกิจที่ NASA จะนำระบบลงจอด Human Landing System ของทั้ง SpaceX และ Blue Origin มาทดสอบกับลูกเรือจริงในวงโคจรต่ำของโลก เพื่อดูทั้งความปลอดภัย ความแม่นยำของการเชื่อมต่อ การทำงานของซอฟแวร์และฮาร์แวร์ ไปจนถึงการประสานงานระหว่างยานหลายระบบ

ลูกเรือภารกิจ Artemis III ที่จะทดสอบยาน Orion ในการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบ Human Landing System ในวงโคจรของโลก ที่มา – NASA/John Kraus

Artemis III จะเป็นภารกิจที่มีการปล่อยหลายครั้ง ใช้จรวดอย่างน้อย 3 ลำ และมีลำดับการทำงานที่ซับซ้อนกว่าภารกิจ Artemis II อย่างชัดเจน ภารกิจจะเริ่มจากการปล่อยจรวด New Glenn ของ Blue Origin เพื่อนำยาน Mark I Lander ขึ้นสู่อวกาศก่อน โดยยาน Lander อาจต้องอยู่ในอวกาศได้นานถึงราว 30 วัน เพื่อรอการทดสอบและการเชื่อมต่อกับลูกเรือ หลังจากนั้น ลูกเรือ Artemis III จะเดินทางขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด Space Launch System หรือ SLS พร้อมยาน Orion เพื่อไปเชื่อมต่อกับยาน Lander และอยู่ร่วมกับยานเป็นเวลาประมาณ 2 วัน เพื่อทดสอบระบบต่าง ๆ ก่อนที่ Orion จะถอนการเชื่อมต่อออกมา จากนั้น Starship ของ SpaceX จะถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศ เพื่อให้ลูกเรือทำการเชื่อมต่อและเปลี่ยนไปทดสอบระบบ Starship HLS ก่อนที่ภารกิจทั้งหมดจะกลับมายังโลก รวมระยะเวลาภารกิจประมาณ 2 สัปดาห์

สิ่งที่ทำให้ Artemis III น่าสนใจมากเป็นพิเศษคือ นี่ไม่ใช่เพียงภารกิจทดสอบยานลำใดลำหนึ่ง แต่เป็นการซ้อมระบบนิเวศของการไปดวงจันทร์ทั้งระบบ ตั้งแต่จรวด SLS, ยาน Orion, Human Landing System, Docking System, ชุดนักบินอวกาศ, Mission Control, Software, Procedure ไปจนถึงวิธีคิดเรื่อง Crew Safety ในภารกิจห้วงอวกาศลึก NASA ระบุว่า Orion เองยังได้รับการปรับปรุงระบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา NASA ได้มีการซ้อมภารกิจ Artemis III ไปแล้ว และหลังจาก Artemis II เสร็จสิ้น ระบบฐานปล่อย Mobile Launcher สามารถกลับมายังอาคาร Vehicle Assembly Building ได้ภายใน 17 วัน

สำหรับฝั่ง Blue Origin ได้ออกมาอัพเดทว่า Blue Origin จะเดินหน้าพัฒนา Mark I Lander ต่อไป แม้จรวด New Glenn จะเพิ่งประสบปัญหาร้ายแรงจากเหตุระเบิดคาฐานปล่อย แต่ NASA ยังคงแสดงความมั่นใจว่า Blue Origin และ New Glenn จะสามารถกลับมาพร้อมสำหรับ Artemis III ได้ทันเวลา ส่วน SpaceX จะนำ Starship รุ่น 3 มาใช้ในการทดสอบ Artemis III โดยระบบ Docking ของ HLS จะมีแนวคิดใกล้เคียงกับระบบที่ SpaceX เคยใช้กับ Dragon ในการเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติ อัพเดทเพิ่มเติมคือยาน Starship ในรุ่น HLS ถูกออกแบบให้เป็นระบบหลักในการพาลูกเรือเดินทางต่อไปยังดวงจันทร์ในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Orion ในทุกช่วงของการเดินทาง การ Docking บน Low Earth Orbit ใน Artemis III

Randy Bresnik ผู้บัญชาการภารกิจ

Randy Bresnik ผู้รับหน้าที่ Commander เป็นนักบินอวกาศรุ่นเก๋าที่เคยบินมาแล้ว 2 ครั้ง ทั้งในยุค Space Shuttle กับภารกิจ STS-129 และบนสถานีอวกาศนานาชาติใน Expedition 52/53 โดยเขาเคยเป็น Commander ของสถานีอวกาศนานาชาติ และมีประสบการณ์ EVA 5 ครั้ง รวม 32 ชั่วโมง นอกจากนั้น Bresnik ยังเคยทำงานใกล้ชิดกับระบบยานอวกาศรุ่นใหม่ของ NASA โดยเฉพาะการพัฒนา Crew Dragon

Randy Bresnik รับหน้าที่ผู้บัญชาการภารกิจ หนึ่งในนักบินอวกาศทดสอบของยานอวกาศรุ่นใหม่ในตระกูล Commercial Crew ที่มา – NASA/John Kraus

Luca Parmitano นักบิน

Luca Parmitano นักบินอวกาศจาก ESA ที่รับหน้าที่ Pilot เป็นอีกหนึ่งชื่อที่มีน้ำหนักมากในเชิง Human Spaceflight Parmitano เคยเดินทางสู่อวกาศ 2 ครั้ง รวมเวลาประมาณ 367 วัน เคยเป็น Commander ของสถานีอวกาศนานาชาติใน Expedition 61 และเป็นชาวอิตาลีคนแรกที่ได้บัญชาการสถานีอวกาศนานาชาติ เขายังมีประสบการณ์ EVA 6 ครั้ง รวม 33 ชั่วโมง 9 นาที รวมถึงการทำ Spacewalk ที่ซับซ้อนมากเพื่อซ่อมเครื่องมือ Alpha Magnetic Spectrometer หรือ AMS-02 บนสถานีอวกาศนานาชาติ

Luca Parmitano จากองค์การอวกาศยุโรป ลูกเรือ ESA คนแรกในภารกิจตระกูล Artemis ที่มา – NASA/John Kraus

Frank Rubio ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ

Frank Rubio ผู้รับหน้าที่ Mission Specialist เป็นหนึ่งในนักบินอวกาศที่มีประสบการณ์พิเศษที่สุดในยุคปัจจุบัน Rubio เคยใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศนานาชาตินาน 371 วันในการบินครั้งเดียว ซึ่งเป็นสถิติการอยู่ในอวกาศอย่างต่อเนื่องที่ยาวที่สุดของนักบินอวกาศสหรัฐฯ ในประวัติศาสตร์ ประสบการณ์ของ Rubio จึงไม่ได้มีความหมายแค่ในเชิงตัวเลข แต่คือการเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เคยอยู่ในสภาพแวดล้อมอวกาศนานกว่าที่ภารกิจส่วนใหญ่เคยทำมา เขาเห็นการมาถึงของยานจำนวนมาก ทำงานกับลูกเรือหลายชุด และยังทำ EVA 3 ครั้ง รวม 21 ชั่วโมง 24 นาที

Frank Rubio หนึ่งในนักบินอวกาศที่ใช้เวลาในอวกาศยาวนานที่สุดในการบินหนึ่งครั้ง ที่มา – NASA/John Kraus

Andre Douglas ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ

Andre Douglas เป็น Mission Specialist อีกคนหนึ่งของภารกิจ และจะเป็นนักบินอวกาศที่ยังไม่เคยบินสู่อวกาศมาก่อน แต่จุดแข็งของ Douglas อยู่ที่พื้นฐานด้าน Systems Engineering ที่หนักแน่นมาก เขาจบทั้ง Mechanical Engineering, Naval Architecture and Marine Engineering, Electrical and Computer Engineering และ Doctorate in Systems Engineering ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานกับ U.S. Coast Guard ในฐานะ Naval Architect และ Salvage Engineer ก่อนจะมาทำงานที่ Johns Hopkins Applied Physics Laboratory หรือ APL ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับ Maritime Robotics, Planetary Defense และ Space Exploration รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจ DART ของ NASA การที่ Douglas เคยเป็น Backup Crew ของ Artemis II มาก่อน ทำให้เขามีความคุ้นเคยกับระบบ Orion และ Framework ของภารกิจ Artemis อยู่แล้ว

Andre Douglas ซึ่งก่อนหน้านี้เขาคือลูกเรือสำรองของภารกิจ Artemis II ที่มา – NASA/John Kraus

ส่วน Bob Hines ซึ่งจะเป็น Backup Crew ของ Artemis III ก็เป็นอีกคนที่มีประสบการณ์ตรงกับโจทย์ของภารกิจนี้อย่างมาก Hines เคยบิน Crew-4 ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติในฐานะ Pilot ของ Crew Dragon และใช้เวลาในอวกาศรวม 170 วัน เขาเป็นทั้ง Instructor Pilot, Fighter Pilot และ Test Pilot ของ U.S. Air Force มีชั่วโมงบินมากกว่า 4,000 ชั่วโมงในอากาศยานกว่า 50 แบบ และเคยทำงานด้าน Orion, Human Landing System, Flight Control, Cabin Design และ Human Factors มาก่อน

นอกจากการทดสอบระบบยานแล้ว Artemis III ยังจะมีภารกิจวิทยาศาสตร์ที่ต่างจาก Artemis II พอสมควร งานวิทยาศาสตร์ในภารกิจนี้จะเน้นการศึกษาบรรยากาศโลก โลก ดวงอาทิตย์ ชั้นบรรยากาศ และระบบปกป้องลูกเรือ โดยใช้ Framework ที่ต่อยอดจาก Artemis II หนึ่งในโจทย์สำคัญคือการศึกษาผลกระทบของดวงอาทิตย์ต่อบรรยากาศโลก ซึ่งส่งผลต่อแรงเสียดทานบนวงโคจร หรือ Orbital Drag นี่เป็นเรื่องที่ฟังเหมือนวิทยาศาสตร์บรรยากาศธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วเกี่ยวข้องกับการออกแบบวงโคจร ความแม่นยำของการนัดพบและเชื่อมต่อยาน และความสามารถในการคาดการณ์สภาพแวดล้อมรอบยานอวกาศในภารกิจที่ต้องพึ่งพาการ Docking หลายครั้ง

ลูกเรือทั้ง 4 จะทำหนึ่งในภารกิจที่ซับซ้อนมากที่สุดในการสำรวจอวกาศยุคปัจจุบัน ที่มา – NASA/John Kraus

อีกโจทย์หนึ่งคือการศึกษาผลกระทบของการเดินทางในอวกาศต่อยาน Orion และลูกเรือ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการลงจอดบนดวงจันทร์ในอนาคต NASA จะศึกษาทั้งเรื่อง Crew Safety, Contamination และสภาพแวดล้อมภายในยาน Orion เพื่อดูว่ายานมีความพร้อมแค่ไหนสำหรับภารกิจห้วงอวกาศลึกที่ใช้เวลานาน ในปี 2027 NASA ยังมีแผนส่งชุดนักบินอวกาศรุ่นใหม่ที่ออกแบบโดย Axiom Space ขึ้นไปทดสอบบนสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งจะเป็นอีกชิ้นส่วนหนึ่งของโครงการ Artemis

สุดท้ายแล้ว ลูกเรือทั้ง 4 คนของ Artemis III กำลังจะทำภารกิจที่ซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การบินอวกาศมนุษย์ พวกเขาจะเป็นมนุษย์ชุดแรก ๆ ที่เข้าไปอยู่ตรงกลางของการเปลี่ยนผ่านจากยุคสถานีอวกาศนานาชาติ ไปสู่ยุคที่มนุษย์พยายามสร้างระบบเดินทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์อย่างจริงจัง Artemis III

สรุปรายละเอียดและวิเคราะห์แผน Moon Base การตั้งฐานบนดวงจันทร์ของ NASA

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.