สิ่งที่ควรรู้ก่อนชมการปล่อย Starship รุ่น 3 เดือนพฤษภาคม 2026

การกลับมาของ SpaceX กับยาน Starship ในปี 2026 อาจดูเหมือนเป็น “แค่การทดสอบอีกครั้ง” แต่จริง ๆ แล้วเที่ยวบินที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของระบบ Starship ทั้งหมดในรอบหลายปี เพราะมันไม่ใช่แค่ยานลำเดิมที่เอามาปรับปรุงเล็กน้อย แต่คือการยกเครื่องใหม่ทั้ง Ecosystem ตั้งแต่ตัวจรวด Super Heavy รุ่น Block 3 ไปจนถึงฐานปล่อยใหม่อย่าง Orbital Launch Platform 2 ที่ Starbase

ถือว่าในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา SpaceX โดนข้อหาหนักจากทั้ง NASA และสื่อต่าง ๆ ที่พูดในเชิงว่าทำงานช้า จนนำไปสู่ข่าวที่เรารายงานมาก่อนหน้านี้อย่าง SpaceX เผยอัพเดทครั้งใหญ่ ภาพภายในและความพร้อมของ Starship หลังดราม่าว่าทำงานช้า

ล่าสุดวันที่ 15 และ 16 เมษายนนี้ SpaceX ได้ทดสอบจุดเครื่องยนต์ Static Fire กับยาน Starship และ Super Heavy รุ่น Block 3 ครั้งแรก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีความพยายามในการจุดเครื่องยนต์ทดสอบตัว Super Heavy แต่ยังไม่สำเร็จและเครื่องยนต์สั่งตัดการทำงานตัวเอง หรือถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้อีก Super Heavy หมายเลข 18 ก็เกิดความเสียหายระหว่างการทดสอบ จนทำให้ต้องทิ้งไป และกลายมาเป็น Super Heavy หมายเลข 19 แทน

การทดสอบ Static Fire ยาน Starship รุ่น Block 3 ก่อนขึ้นบินจริงในเดือนพฤษภาคม 2026 ที่มา – SpaceX

เที่ยวบินล่าสุดของ Starship เกิดขึ้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นรุ่น Block 2 และใช้ฐานปล่อย OLP-1 หลังจากนั้น SpaceX เลือกที่จะหยุดบินแล้วหันไปพัฒนา Block 3 พร้อมฐานใหม่ OLP-2 แบบเต็มตัว ซึ่งต่างจาก Pad เดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการเพิ่ม Water-Cooled Flame Trench ขนาดใหญ่เข้าไปในโครงสร้างฐานปล่อย เพื่อลดอุณหภูมิและ เสียงจากการปล่อยที่เคยเป็นปัญหาสำคัญของ Starship รุ่นก่อน ถ้าใครจำภาพคอนกรีดระเบิดหรือเศษซากจากฐานปล่อยกระจายจากเที่ยวบินแรก ๆ ได้ นี่คือคำตอบเชิงวิศวกรรมของปัญหานั้น โดยเราจะเห็นว่าหน้าตาของฐานปล่อยค่อนข้างต่างจากรุ่นแรกพอสมควร ในขณะที่ตัวระบบหอคอยปล่อยหรือ Tower ยังคงมีระบบตะเกียบคีบ Mechazilla ในแบบที่เราคุ้นเคยเพื่อเตรียมจับทั้ง Super Heavy และยาน Starship

จรวด Super Heavy บนฐานปล่อยแห่งใหม่ Orbital Launch Platform 2 นี่จะเป็นการปล่อยครั้งแรกบนฐานปล่อยนี้ ที่มา – SpaceX

สำหรับโปรไฟล์การบิน เที่ยวบินในเดือนพฤษภาคมนี้ยังคงเป็น Sub-Orbital เหมือนเดิม คือปล่อยขึ้นจาก Starbase แล้วไป Splashdown ในมหาสมุทรอินเดีย เป็น Trajectory แบบ Transatmospheric ที่ SpaceX ใช้ทดสอบ Thermal Protection, Reentry Dynamics และ Flight Control ต่อเนื่องจาก Block 2 แต่สิ่งที่ต่างคือทุกอย่างที่อยู่ใต้ Trajectory นี้คือฮาร์ดแวร์ใหม่แทบทั้งหมด

ปี 2026 จริง ๆ แล้วควรเป็นปีที่เรา “ต้อง” ได้เห็นการทดสอบ Orbital Refueling หรือการทดสอบเติมเชื้อเพลิงบนวงโคจร ของ Starship ได้แล้ว ไม่ใช่แค่ควร เพราะสถาปัตยกรรมของ Artemis โดยเฉพาะใน Artemis III ซึ่ง NASA ได้วางแผนไว้ให้เป็นการทดสอบเจอกันบนวงโคจรหรือ Rendezvous ซึ่งจะเป็นการทดสอบใหญ่บนวงโคจรของโลกก่อนจะไปลงบนดวงจันทร์จริงใน Artemis IV ที่ก่อนหน้านั้น SpaceX เองก็ต้องเร่งทดสอบส่งยานไปลงจอดบนดวงจันทร์โดยไม่มีลูกเรือโดยสารไปก่อนให้ได้ด้วย

รียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.