Amazon ประกาศซื้อ Globalstar กลายเป็นผู้ดูแลดาวเทียมที่ Apple ใช้

Amazon ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Globalstar ผู้ให้บริการดาวเทียมวงโคจรต่ำบน Low Earth Orbit ที่เป็นโครงสร้างหลักของบริการสื่อสารผ่านดาวเทียมบน iPhone ของ Apple ผ่านหน้าเว็บ Amazon to acquire Globalstar and expand Amazon Leo satellite network 

Globalstar เป็นผู้ให้บริการ Mobile Satellite Services หรือ MSS ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี มีทั้งโครงสร้างดาวเทียม ระบบภาคพื้นดิน และมีใบอนุญาติที่ได้รับอนุญาตใช้งานหลายพื้นที่บนโลก ซึ่ง Amazon จะเข้าครอบครองทั้งหมดหลังดีลเสร็จสมบูรณ์ รวมถึงดาวเทียมที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และดาวเทียมรุ่นใหม่ที่กำลังพัฒนา โดยเดิมที Globalstar นั้นถือหุ้นโดย Apple อยู่ 20% ด้วยกัน

ในฝั่งของ Amazon โครงการดาวเทียม Amazon Leo ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นเครือข่าย LEO ขนาดใหญ่ระดับ “หลายพันดวง”เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และการเชื่อมต่อแบบ Direct-to-Device หรือ D2D โดยดาวเทียมรระบบ D2D รุ่นใหม่ของ Amazon มีกำหนดเริ่มปล่อย ในปี 2028 และสามารถรองรับการสื่อสารทั้ง Voice, Text และ Data ไปยังอุปกรณ์มือถือโดยตรง พร้อมรองรับผู้ใช้งานระดับ หลายร้อยล้านอุปกรณ์ทั่วโลก

Globalstar เป็นระบบดาวเทียมที่ Apple ใช้สำหรับฟีเจอร์ Emergency SOS via satellite ที่มา – Amazon LEO

ขณะเดียวกัน Amazon และ Apple ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกัน โดย Amazon Leo จะเป็นผู้ให้บริการสัญญาณดาวเทียม สำหรับ iPhone และ Apple Watch ทั้งรุ่นปัจจุบันและอนาคต ซึ่งก่อนหน้านี้ Apple ใช้โครงสร้างของ Globalstar ในการให้บริการฟีเจอร์อย่าง Emergency SOS via satellite, Messages, Find My และ Roadside Assistance บน iPhone 14 เป็นต้นมา และ Apple Watch Ultra รุ่นใหม่

หลังจากนี้ Globalstar จะยังคงมีบทบาทในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดย Constellation เดิมและดาวเทียมใหม่ที่กำลังผลิต (โดย MDA Space) จะทำงานร่วมกับเครือข่าย Amazon Leo เพื่อสร้างระบบ Hybrid ระหว่าง Mobile Satellite Services และอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมซึ่งรวมกันเป็นเครือข่ายเดียวที่สามารถให้บริการทั้งลูกค้าทั่วไป ภาคธุรกิจ และหน่วยงานรัฐ 

นอกจากนี้ Amazon ระบุว่าระบบ D2D จะมีประสิทธิภาพการใช้คลื่นสัญญษณ สูงกว่าระบบ Direct-to-Cell แบบเดิม ส่งผลให้สามารถให้บริการได้เร็วขึ้นและมีความเสถียรมากขึ้น โดยเป้าหมายคือการขยายความคลอมคลุมไปยังพื้นที่ที่โครงข่าย Cellular ปกติไม่สามารถเข้าถึงได้ รวมถึงการใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ภัยพิบัติ หรือการสื่อสารในพื้นที่ห่างไกล

มองเกมดาวเทียมของ Amazon มีของตัวเองและซื้อคนอื่นด้วย

ดีลนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนวิธีเล่นเกมของ Amazon ในอุตสาหกรรมอวกาศโดยตรง เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ Amazon ตัดสินใจ “ซื้อ” บริษัทดาวเทียมทั้งบริษัทมาบริหารเอง ก่อนหน้านี้แนวคิดของ Amazon LEO ชัดมาก คือ Amazon จะออกแบบ ผลิต และปล่อยดาวเทียมของตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่ Payload ไปจนถึง Launch Strategy ซึ่งเป็นแนวคิดแบบ Vertical Integration เต็มรูปแบบ คล้ายที่ SpaceX ทำกับ Starlink แต่สิ่งที่ดีล Globalstar เปลี่ยนไปคือ Amazon ยอม “ซื้อเวลา” แทนที่จะสร้างทุกอย่างเอง เพราะการสร้าง Constellation ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่มันคือเรื่องการบริหารจัดการคลื่นความถี่ในมือ ข้อกฎหมาย ใบอนุญาติ ที่ใช้เวลาหลายสิบปีในการสะสม

จรวด Atlas V เตรียมพร้อมสำหรับการปล่อย Amazon LEO ในวันที่ 4 เมษายน 2026 ที่มา – Amazon LEO

นี่ทำให้ Portfolio ของ Amazon เปลี่ยนทันที จากเดิมที่มีแต่ดาวเทียมที่ ณ​ ตอนนี้ยังไม่พร้อมให้บริการ กลายเป็นบริษัทที่มีทั้ง ดาวเทียมที่ใช้งานจริง 48 ดวง และดาวเทียมที่กำลังจะถูกปล่อย พร้อมกับระบบ ที่มีลูกค้าอยู่แล้ว (เช่น Apple) อยู่ในมือพร้อมกัน ซึ่งในเชิงกลยุทธ์ มันคือการลด Time-to-Market อย่างรุนแรง

ถ้ามองแบบตรงไปตรงมา นี่คือกลยุทธ์ที่ Amazon ใช้ในหลายอุตสาหกรรม เริ่มจาก Build Capability เองก่อน แล้วพอเจอคอขวดที่ใช้เวลานานเกินไป ก็ใช้ “เงิน” แก้ปัญหาโดยการซื้อ Asset ที่สำคัญที่สุดเข้ามาเติมเต็มทันที ซึ่งในกรณีนี้คอขวดคือคลื่นความถี่ และใบอนุญาติ ที่ไม่สามารถเร่งด้วย Engineering อย่างเดียวได้

คำถามที่น่าสนใจต่อจากนี้ไม่ใช่ว่า Amazon จะทำดาวเทียมได้ไหม เพราะมันกำลังทำอยู่แล้ว แต่คือ Amazon จะ “เสกล” มันได้เร็วแค่ไหน และจะใช้ข้อได้เปรียบด้านเงินทุนและ Ecosystem ที่ตัวเองมี กด Timeline ของทั้งอุตสาหกรรมให้เร็วขึ้นได้มากแค่ไหน เพราะจากดีลนี้ มันเริ่มชัดแล้วว่า Amazon ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่มาเล่นเกมยาว และพร้อมจะจ่ายเพื่อกระโดดไปในจุดที่คนอื่นต้องใช้เวลาเป็นสิบปีในการไปถึง

เปิดประวัติ Globalstar บริษัทดาวเทียมที่กำลังจะเจ๊ง แต่ Apple ชุบชีวิต

เรื่องของ Globalstar จริง ๆ เป็นเคสคลาสสิกของอุตสาหกรรมอวกาศ คือ “เทคโนโลยีมาก่อนตลาด” แล้วสุดท้ายเงินหมดก่อนที่จะถึงวันที่โลกต้องการมันจริง ๆ บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นช่วงยุค 90 ในฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิก Mobile Satellite Services ตั้งเป้าจะให้คนโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมได้จากทุกที่บนโลก คล้าย ๆ กับแนวคิดของ Iridium Communications ในยุคเดียวกัน แต่ปัญหาคือ ตอนนั้น Cellular Network บนโลกมันพัฒนาเร็วเกินไป ทำให้ความต้องการสำหรับ “โทรผ่านดาวเทียม” แทบไม่เกิดส่งผลให้ Globalstar ต้องเผชิญปัญหาหนี้สินและเข้าสู่ภาวะล้มละลายในช่วงต้นยุค 2000

หลังจากล้มละลาย Globalstar ถูก Restructure และเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้น ก่อนจะกลับมาให้บริการอีกครั้งในฐานะบริษัทที่เล็กลงมาก เน้นลูกค้า เช่น ภาคพลังงาน การเดินเรือ และหน่วยงานรัฐ มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป แต่ปัญหาก็ยังไม่จบ เพราะ Constellation รุ่นแรกเริ่มเสื่อมสภาพ และบริษัทต้องใช้เงินจำนวนมากในการสร้างดาวเทียมรุ่นใหม่ ทำให้สถานะทางการเงินของ Globalstar ตลอดช่วงปี 2010 อยู่ในสภาพ “ประคองตัว” มากกว่าจะเติบโต

ระบบ Ground Station ของ Globalstar ซึ่ง Apple ได้ทุ่มเงินกว่า 450 ล้านเหรียญมาใช้ในการปรับปรุง ที่มา – Apple

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Apple เข้ามาเป็น Partner ในรายงาน Emergency SOS via satellite on iPhone 14 and iPhone 14 Pro lineups made possible by $450 million Apple investment in US infrastructure ระบุว่า Apple ลงทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนการสร้างและอัปเกรด Constellation ของ Globalstar เพื่อใช้เป็นดาวเทียมหลัก สำหรับฟีเจอร์ Emergency SOS via Satellite บน iPhone 14 ซึ่งเปิดตัวในปี 2022 ดีลนี้แทบจะเรียกได้ว่า “ชุบชีวิต” บริษัท เพราะทำให้ Globalstar มีทั้งเงินลงทุนระยะยาว และ Ecosystem ของ Apple ที่ก็คือจำนวน iPhone ที่รองรับ Emergency SOS ทั่วโลก

และสุดท้ายการเข้ามาของ Amazon ในดีลล่าสุด ก็เหมือนเป็นอีกหนึ่งบท ใหม่ของบริษัทที่เคยเกือบหายไปจากอุตสาหกรรม จากบริษัทดาวเทียมที่เคยพลาดยุคแรก กลายมาเป็น Asset เชิงกลยุทธ์ในสงครามดาวเทียม Constellation ที่สำคัญคือก่อนหน้านี้ไม่นาน เราก็ได้เห็น Thaicom เตรียมนำอินเทอร์เน็ต Amazon LEO ให้บริการในประเทศไทย พอเห็นแบบนี้เริ่มเดาเกมของ Amazon ออกแล้วว่า Amazon จะไม่ทำตลาดเองในบางอย่างที่ตัวเองไม่เชี่ยวชาญ และใช้ Asset ที่มีอยู่ในโลกอย่างชาญฉลาดนั่นเอง

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.