มาช่วยกันรับสัญญาณจากดาวเทียม KnackSat-2 ด้วยวิทยุสมัครเล่นกัน

ดาวเทียมสัญชาติไทย KnackSat-2 กำลังจะเริ่มภารกิจในวงโคจรต่ำของโลกอย่างเป็นทางการ หลังจากถูกส่งขึ้นไปพักรออยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติตั้งแต่ปลายปี 2025 โดยมีกำหนดถูกปล่อยออกจากสถานีในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ภารกิจนี้เป็นผลงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมกับบริษัท NBSPACE และเครือข่ายพันธมิตรจากหลายภาคส่วน ต่อเนื่องจากความสำเร็จของ KnackSat ดวงแรกเมื่อปี 2018

KnackSat-2 เป็น CubeSat ขนาด 3U ที่ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็น Ride Sharing Platform สำหรับบรรทุกการทดลองจากหลายหน่วยงานไว้ในดาวเทียมดวงเดียว ตั้งแต่งานด้าน IoT และการสื่อสาร งานติดตามโครงสร้างพื้นฐานอย่างระบบราง งานถ่ายภาพจากวงโคจร ไปจนถึงการทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวัสดุในสภาพแวดล้อมอวกาศจริง นี่ไม่ใช่ดาวเทียมทดลองเดี่ยว ๆ แต่เป็น testbed ของการใช้งานอวกาศแบบ “แชร์ทรัพยากร” อย่างเป็นระบบ

ภาพจำลองดาวเทียม KnackSat-2 ขณะอยู่บนวงโคจรในช่วงแรกของการปล่อย ที่มา – Nattanon Dungsunenarn/NBSpace/Spaceth

การปล่อย KnackSat-2 จะใช้ระบบ JEM Small Satellite Orbital Deployer จากโมดูล Kibo บนสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งหมายความว่าในช่วงแรกหลังการปล่อย ดาวเทียมจะอยู่ในวงโคจรที่ใกล้เคียงกับสถานีฯ มาก การติดตามตำแหน่งในช่วงนี้จึงไม่ซับซ้อน หากเราสามารถ Track วงโคจรของสถานีฯ ได้ เราก็สามารถ KnackSat-2 ได้เช่นกัน โดยไม่ต้องรอข้อมูลวงโคจรผ่านระบบ Tracking หรือ Orbital Parameter เหมือนการปล่อยจากจรวด สามารถอ่านได้จากข่าว ดาวเทียม KnackSat-2 ของไทย เตรียมปล่อยจากสถานีอวกาศนานาชาติ 

เวลาที่ KnackSat-2 จะถูกปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติคือเวลา 15:55 ตามเวลา ประเทศไทย โดย ณ ตอนนั้นสถานีอวกาศนานาชาติจะอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของภารกิจ เพราะเป็นช่วงที่ดาวเทียมเริ่มส่งสัญญาณกลับโลกเป็นครั้งแรก ระบบไฟฟ้า เสาอากาศ และการหมุนของตัวดาวเทียมกำลังพิสูจน์ตัวเอง ทุกสัญญาณที่ถูกได้ยินในช่วงนี้มีค่า และไม่จำเป็นต้องมาจากสถานีภาคพื้นดินเพียงแห่งเดียว KnackSat-2 ถูกออกแบบมาให้ใครก็ตามที่อยู่ใต้แนววงโคจรสามารถ “ฟังมันได้” และมีส่วนช่วยให้ทีมสามารถใช้สัญญาณดังกล่าวในการระบุตำแหน่ง เพื่อระบุวงโคจรอย่างแม่นยำจากจุดนี้ถ้าเราอยากลองรับสัญญาณจากดาวเทียมดวงนี้ เราเริ่มตรงไหน และต้องรู้อะไรบ้าง บทความนี้จะมาเล่าให้ฟัง

แล้วเราจะรับสัญญาณจากดาวเทียม KnackSat-2 ได้มั้ย

การมีส่วนร่วมกับภารกิจ KnackSat-2 ในช่วงแรกหลังการปล่อย ไม่ได้หมายถึงการสั่งงานดาวเทียม หรือเข้าไปยุ่งกับระบบควบคุมใด ๆ บนวงโคจร บทบาทของคนที่อยากเข้ามาร่วมรับสัญญาณในช่วงนี้มีความเรียบง่ายกว่านั้นมาก นั่นคือการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายหูบนโลก ที่ช่วยกันฟัง ช่วยกันยืนยันว่า ดาวเทียมดวงนี้กำลังเริ่มต้นภารกิจอยู่จริง

ในเชิงเทคนิค KnackSat-2 ส่งสัญญาณออกมาในหลายรูปแบบ รูปแบบพื้นฐานที่สุดคือ Telemetry Beacon ในย่าน UHF ที่ความถี่ 400.630 MHz ใช้การส่งแบบ FSK ที่อัตรา 9600 bps สัญญาณชุดนี้มีหน้าที่บอกสถานะพื้นฐานของดาวเทียม เช่น การทำงานของระบบไฟฟ้า อุณหภูมิ และสภาวะโดยรวมของยาน นอกจากนี้ยังมีระบบ APRS Digipeater ในย่าน VHF ที่ 145.825 MHz ซึ่งเปิดให้เกิดการรับ–ส่ง Packet ผ่านโครงข่ายวิทยุสมัครเล่นได้

สิ่งสำคัญคือ เราไม่จำเป็นต้องรับได้ครบทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้อง Decode ได้สวยทุก Pass และไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ระดับสถานีภาคพื้นดินมืออาชีพ ในช่วงแรกหลังการปล่อย ดาวเทียมอาจยังหมุนไม่นิ่ง เสาอากาศอาจยังไม่กางสมบูรณ์ สัญญาณอาจมาเป็นช่วง ๆ หรืออ่อนกว่าปกติ แต่ในมุมของภารกิจ สัญญาณเหล่านี้มีค่ามาก เพราะมันช่วยยืนยันว่าดาวเทียมยังส่งเสียงกลับมา และช่วยเติมช่องว่างของการรับสัญญาณจากตำแหน่งต่าง ๆ บนโลก

สำหรับคนที่อยากช่วยในระดับที่เป็นระบบมากขึ้น KnackSat-2 เปิดให้มีการส่งข้อมูลที่รับได้กลับไปยังทีมภารกิจผ่าน Packet Forwarder ซึ่งทำหน้าที่เป็นสะพานระหว่างสถานีรับสัญญาณของผู้ใช้งาน กับระบบรวบรวม Telemetry ของ Mission นี่คือการเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ฟัง” ไปสู่ “ส่วนหนึ่งของโครงสร้างภารกิจ” โดยที่ยังไม่ต้องยุ่งกับการควบคุมดาวเทียมโดยตรง (ซึ่งเราจะอธิบายในหัวข้อถัดไป)

มาเตรียมอุปกรณ์กัน ว่าต้องใช้อะไรบ้าง

ในขั้นแรกเราจะมาดูกันก่อนว่าเตรียมอุปกรณ์อะไรดี โดย Hardware ที่ต้องมี (ขั้นต่ำจนถึงแนะนำ) ก็คืออุปกรณ์สำหรับนักวิทยุสมัครเล่นทั่วไป อันดับแรกคือ

  • เสารับสัญญาณ สำหรับ VHF/UHF โดย KnackSat-2 มีช่องที่เราสนใจ 2 ย่าน ได้แก่ VHF 145.825 MHz เป็น APRS และ UHF 400.630 MHz เป็น Telemetry Beacon โดย เสาแบบ Rubber Duck หรือเสาดำ ๆ ที่มากับวิทยุ “พอฟังได้” ในบางกรณี แต่ถ้าจะเอาให้เห็นผล แนะนำ เสา Outdoor หรือ เสา Yagi (เสาก้างปลา) โดยเฉพาะฝั่ง UHF หรือถ้าคุณรวยพอ เราก็ทำเสาหมุนได้แบบ Ground Station ดาวเทียมเต็มรูปแบบไปเลย
  • ตัวรับสัญญาณ (Receiver) เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่าง SDR (Software-Defined Radio) ดองเกิล/กล่องรับสัญญาณที่เอา RF เข้า แล้วให้คอม Decode ต่อ ข้อดีคือเห็น Waterfall ชัด ปรับ Doppler ง่าย หรือ วิทยุ Amateur/Scanner แบบที่รับย่าน 145 MHz ได้ (สำหรับ APRS) และถ้ารับย่าน 400 MHz ได้ก็ยิ่งดี
  • คอมพิวเตอร์ จะ Windows, macOS, Linux ได้หมด ตามที่ถนัด ใช้สำหรับเปิดโปรแกรม SDR, อัดเสียง/อัด IQ, และ Decode Packet

นอกจากนี้ในเชิงการรับสัญญาณจะมีของเสริมที่ “ช่วยมาก” ในบางกรณี ได้แก่ LNA (Low-Noise Amplifier) หรือ แอมป์ขยายสัญญาณหน้าเสา ช่วยตอนสัญญาณอ่อน, Filter (โดยเฉพาะ UHF) ช่วยตัดสัญญาณรบกวนแถวนั้น และที่แนะนำเลยก็คือหาสาย Coax ดี ๆ หัวต่อแน่น ๆ อันนี้เป็นจุดที่คนชอบพลาดแล้วโทษดาวเทียม ทั้งที่จริง ๆ สายรั่ว

หน้าตาของโปรแกรม GQRX ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรม SDR ที่นิยมในหมู่นักวิทยุสมัครเล่น ที่มา – GQRX

ส่วน Software ที่ควรมีที่ทำให้งานนี้ง่ายขึ้นนั้นก็คือแอพหรือโปรแกรม Track สถานีอวกาศนานาชาติ (เดี๋ยวค่อยเลือก) ว่าจะใช้อะไร ซึ่งเราจะอธิบายในบทต่อ ๆ ไป

ต่อมาคือ โปรแกรม SDR (เช่น SDR++, SDR#, GQRX เลือกตามถนัด และที่สำคัญคือ Decoder

  • ฝั่ง APRS/AX.25 (145.825) คนส่วนใหญ่ใช้ Direwolf หรือ Soundmodem กับ โปรแกรมที่อ่าน Packet ได้
  • ฝั่ง UHF Telemetry 9600 FSK (400.630) ใช้ Decoder ที่รองรับ 9600 FSK ตามที่ Community ใช้งานกัน (ถ้ายังไม่อยากลงลึกขั้นนี้ แค่ “รับและบันทึก” ก็ช่วยได้)

และถ้าถามว่ารับเอามาแล้วทำอะไรต่อ สิ่งที่เราต้องมีคือ Packet Forwarder ของโครงการ (ถ้าจะส่งข้อมูลให้ทีมพัฒนา) คู่มือของทีมระบุชัดว่าต้องกรอกข้อมูลและรับ API ผ่านอีเมล แล้วเอาไปใส่ในโปรแกรม พร้อม Callsign หรือชื่อ Ground Station และกดบันทึก config API_Request_Manual

โดยสามารถกรอก Google Form ของทางทีมพัฒนาดาวเทียมได้ที่ลิงก์ดังกล่าวเลย

มาจับวงโคจรของสถานีอวกาศนานาชาติกัน

เป้าหมายของ Step นี้มีอย่างเดียว รู้ว่าสถานีอวกาศนานาชาติจะผ่านหัวเราเมื่อไหร่ และผ่านทิศไหน เพราะช่วงแรก KnackSat-2 จะอยู่ใกล้สถานีอวกาศนานาชาติ มากพอให้เราใช้ตัวสถานี ฯ เป็นจุดอ้างอิงได้ ซึ่งนับว่าโกงอย่างมาก เพราะปกติข้อมูลพวก Orbital Parameter ของการปล่อยดาวเทียมจากจรวดมันจะไม่ได้ Public ขนาดนี้

  • วิธีง่ายสุด (เหมาะกับคนทั่วไป) ใช้แอป Track ISS บนมือถือ เช่น NASA Spot The Station เลือกตัวที่บอกได้ว่า “วันนี้ผ่านกี่โมง” พร้อมทิศทางคร่าว ๆ Azimuth, Elevation ตั้งค่าตำแหน่งเป็นจังหวัดที่อยู่ได้เลย ข้อควรระวังคือ แอพพวกนี้มันออกแบบมาสำหรับ การใช้ดูสถานีอวกาศนานาชาติด้วยตาเปล่า ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการ Track ดังนั้นบางทีมันจะโชว์แค่จังหวะที่สถานีฯ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ช่วงค่ำหรือช่วงเช้าเท่านั้น
  • วิธีสายจริง (เหมาะกับ Technical) ใช้โปรแกรม Tracking บนคอมพิวเตอร์ เช่น Gpredict (หรือเทียบเท่า) แล้วใช้ข้อมูล TLE ของ ISS เพื่อคำนวณ Pass ให้ละเอียดขึ้น ข้อดีคือได้ AOS/LOS (เริ่มรับได้/หลุดขอบฟ้า) และได้กราฟทิศทางชี้เสาแบบแม่นกว่า ในกรณีที่เรามีโปรแกรมควบคุมทิศทางเสา

โดย NASA เองก็ได้มีข้อมูล Ephemeris ของสถานีฯ เอาไว้ให้โหลดได้ผ่านหน้าเว็บ NASA Spot The Station เหมือนกัน อีกทางนึงคือ ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราได้เตรียมเวลาคร่าว ๆ ของวงโคจรของสถานีอวกาศนานาชาติที่จะผ่านเหนือกรุงเทพมหานครฯ ไว้แล้ว ได้แก่

วันและเวลาสูงสุดเวลาทิศขึ้นทิศตกมุมเงย
3 กุมภาพันธ์ 18:0418:09290°122°26°
4 กุมภาพันธ์ 07:2307:28198°53°28°
4 กุมภาพันธ์ 18:5418:59304°167°23°
5 กุมภาพันธ์ 08:1308:18242°17°21°
5 กุมภาพันธ์ 18:0718:12316°152°51° (ดีมาก)
6 กุมภาพันธ์ 07:2607:312282945° (ดีมาก)
6 กุมภาพันธ์ 17:2017:2532713865° (ดีมาก)
7 กุมภาพันธ์  06:3906:452144074° (ดีมาก)

โดยเราจะเห็นว่า ณ กรุงเทพมหานคร โอกาสที่จะรับสัญญาณได้ดีมาก ๆ คือช่วงวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ ที่ตัวสถานีฯ โคจรผ่านเหนือหัวค่อนข้างสูง มีมุมเงยถึง 74 องศา ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ซึ่งตัวเลขพวกนี้ยิ่งเยอะยิ่งดี อย่างไรก็ตาม วงโคจรแรกที่สถานีฯ จะผ่านเหนือหัวเราในวันที่ 3 และ 4 นั้น มุมเงย 26 องศาอาจจะเป็นอุปสรรคหน่อย สิ่งทีต้องทำก็คือในช่วงนั้น ใช้แอพ Track ISS หรือแอพดูดาวแล้วดูมุมคร่าว ๆ ได้เลย

เมื่อถึงเวลาดาวเทียมโคจรผ่านแล้ว รับสัญญาณให้ได้และบันทึกมัน

ปกติเวลาพวกรับสัญญาณจากดาวเทียมมันได้เปรียบตรงที่ถ้าเรารู้วงโคจรของมันว่าจะโผล่ขึ้นขอบฟ้าตอนไหน จะ AOS ตอนไหน LOS ตอนไหน ให้คิดเหมือนทำงานภาคสนาม ก่อนโคจรผ่านต้อง “ตั้งโต๊ะ” ให้พร้อมรับสัญญาณ

อันดับแรก เปิดโปรแกรม SDR แล้วตั้งความถี่ ช่อง UHF Telemetry 400.630 MHz (FSK 9600 bps) ช่อง VHF APRS 145.825 MHz ถ้าทำครั้งแรกอาจจะเริ่มจาก “เลือกช่องเดียวก่อน” เช่น เริ่มจาก UHF Telemetry

หลังจากนั้น ตั้งค่า Receive ให้เหมาะกับการเก็บหลักฐาน เปิด Waterfall แล้วดูว่ามีสัญญาณโผล่ไหม ปรับ Gain แบบไม่ให้สัญญาณอิ่มsหรือแตก และที่สำคัญถ้าโปรแกรมรองรับ ให้ “อัดไฟล์” ไว้ด้วย เพราะมันคือสิ่งที่เป็นประโยชน์มาก (อัด Audio หรืออัด IQ) เพราะหลายครั้ง Decode ตอนนั้นไม่ทัน แต่เอาไฟล์ไปถอดทีหลังได้ และนี่คือเหตุผลที่ SDR ได้เปรียบ ต่อให้ยัง Decode ไม่เป็น ก็ยัง “เก็บข้อมูลดิบ” ที่มีค่ากลับบ้านหรือส่งให้ทีมพัฒนาได้

และอย่าลืมว่านี่คือดาวเทียม ระหว่างโคจรผ่านให้เผื่อเรื่อง Doppler ด้วย ใน UHF Doppler จะเห็นชัดกว่า สัญญาณจะไหล ๆ หนีความถี่เล็กน้อยระหว่างขึ้น-กลาง-ลง วิธีบ้าน ๆ ที่นักจับสัญญาณดาวเทียมใช้ได้จริงคือคอยจูนตาม Peak ใน Waterfall

คำถามก็คือถ้ารับได้แล้ว นับว่าสำเร็จยังไง อธิบายง่าย ๆ ก็คือ

  • เห็น Carrier/Burst ใน Waterfall แค่นี้ก็นับว่าเป็นความสำเร็จระดับ 1 (ยืนยันว่ามีสัญญาณ)
  • อัดไฟล์ไว้ได้ อันนี้คือดีมาก มีหลักฐาน มีข้อมูลดิบ เอาไปใช้ต่อได้
  • Decode ได้เป็น Packet ข้อมูลพร้อมส่งต่อให้กับผู้พัฒนาได้เลย

ช่วงแรกหลัง Deploy จากตัวสถานีฯ สัญญาณอาจมาเป็นช่วง ๆ เพราะดาวเทียมหมุนแบบ Tumbling หรือ Power State ไม่นิ่ง ไฟไม่เข้า อะไรก็แล้วแต่ อันนี้ปกติ และยิ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม “ได้แค่นิดเดียวก็มีค่า” สำหรับการรับสัญญาณในช่วงแรก

หลังจากนั้นกลับบ้านและเปิดคอมพิวเตอร์ทำ Packet Forward

จริงแล้ว มี 2 เส้นทาง แล้วแต่ระดับที่อยากทำ อย่างแรกก็คือ ส่งหลักฐานหรือไฟล์ให้คนถอดต่อ (เหมาะกับมือใหม่) ก็คืออัดอะไรมาได้ก็เอาอันนั้นให้ผู้เชี่ยวชาญนั่นแหละ ถ้าอัด Audio/IQ ได้ ให้ตั้งชื่อไฟล์พร้อมเวลาและสถานที่ อยู่ตรงไหน เวลากี่โมง เอาให้ละเอียด แล้วแชร์ให้ผู้พัฒนาช่วยถอด อันนี้ช่วยมากใน Early Phase เพราะทีมจะเอาไปเทียบกับ Log ภารกิจ

แต่ถ้าคุณคือนักล่าดาวเทียมเต็มตัวล่ะก็ ขอเชิญไป เส้นทางสายเซียน นั่นก็คือ ถอด Packet แล้วส่งเข้าระบบโครงการ โดยเริ่มจาก ติดตั้ง Packet Forwarder ตามคู่มือ ใส่ Callsign/Ground Station ใส่ API ที่ส่งมาทางอีเมล และกดบันทึก config API_Request_Manual เมื่อ Forward ได้ ข้อมูลจะไปโผล่ใน Telemetry Dashboard ของโครงการ ที่เข้าถึงได้ทาง Telemetry Monitor ของโครงการ KnackSat-2 ซึ่งทางผู้พัฒนาบอกว่าหากใครส่ง Packet ได้ มีรางวัลให้ด้วยนะ

และนี่คือความเจ๋งของวงการดาวเทียมบ้านเรา

ถ้ามองจากภาพรวมทั้งหมดที่เล่ามา KnackSat-2 ไม่ได้เจ๋งแค่เพราะมันเป็นดาวเทียมสัญชาติไทย หรือเพราะมันถูกปล่อยจากสถานีอวกาศนานาชาติ แต่เจ๋งเพราะวิธีคิดเบื้องหลังว่าดาวเทียมหนึ่งดวงไม่จำเป็นต้องเป็น “ของใครบางคน” ที่อยู่ไกลเกินเอื้อม มันสามารถเป็นโครงสร้างพื้นฐานร่วม ที่คนทั่วไป นักศึกษา นักวิทยุสมัครเล่น วิศวกร หรือใครก็ตามที่มีอุปกรณ์พื้นฐาน สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้จริง

ภาพแบบนี้กำลังบอกเราว่าอวกาศของไทยเริ่มขยับจากยุค “โครงการสาธิต” ไปสู่ยุคที่การใช้งานอวกาศกลายเป็นเรื่องร่วมของสังคมมากขึ้น และนี่ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของ KnackSat-2 เท่านั้น แต่เป็นทิศทางที่น่าจะเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเรากำลังจะมีภารกิจอย่าง TSC-1 ตามมาในอนาคต

ในวันที่การ Track สถานีอวกาศนานาชาติแล้วเปิดวิทยุฟังดาวเทียมไทยกลายเป็นเรื่องธรรมดา ในวันที่การรับสัญญาณจากดาวเทียมสัญชาติไทยไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเฉพาะกลุ่ม นั่นคือวันที่วงการดาวเทียมบ้านเราเริ่มมีชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในห้องประชุมหรือเอกสารโครงการ แต่อยู่ในมือของคนที่เงยหน้ามองฟ้า เปิดอุปกรณ์ และรู้สึกว่าอวกาศไม่ได้ไกลตัวอย่างที่เคยคิด และบางที ความเจ๋งที่สุดของมันอาจไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือความรู้สึกว่า “อันนี้ เราเล่นด้วยกันได้”


อัพเดทเพิ่มเติม

3 มกราคม 2026 หลังจากที่ KnackSat-2 ได้ถูกปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติไปแล้ว ในสองวงโคจรแรกที่ผ่านประเทศไทย Ground Station ของสถาบันวิจัยดาราสาสตร์แห่งชาติ ณ จังหวัดเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ณ กรุงเทพมหานคร ยังไม่สามารถรับสัญญาณได้ ผู้พัฒนาแจ้งกับทีมงานว่าอาจเกิดจากพลังงานของตัวดาวเทียม หรือสาเหตุที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งนี้ทีมได้ Standby รอรับสัญญารอื่น ๆ

4 มกราคม 2026 ช่วงเช้า ได้มีนักวิทยุสมัครเล่น Fredy Damkalis อ้างว่าสามารถรับสัญญาณที่อาจมาจากดาวเทียม KnackSat-2 ได้ และได้เผยแพร่ข้อมูลไว้ใน SatNOGS Network ช่วงเวลาที่บันทึกไว้ได้อยู่ที่ 6 นาทีโดยประมาณ อย่างไรก็ดี ผู้พัฒนาดาวเทียมยังไม่ได้ออกมายอมรับและยืนยันว่ามาจากดาวเทียม KnackSat-2

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.