หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2025 เราได้รายงานข่าวในบทความ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกอบชุดการทดลองสมบูรณ์ เตรียมส่งขึ้นสถานีอวกาศนานาชาติ 2026 ล่าสุดชุดการทดลองดังกล่าวที่มีชื่อว่า Thailand Innovative G-force varied Emulsification Research for Space Exploration หรือ TIGERS-X ได้ถูกนำส่งมอบไปยังบริษัท Space Application Services ในเมือง Zaventem ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อเตรียมถูกนำส่งขึ้นไปบนสถานีอวกาศนานาชาติ
โครงการดังกล่าวนั้นนำโดยคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และ ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) ซึ่งทีมวิจัยได้ให้ข้อมูลกับเราล่าสุดว่า หลังจากข่าวในปี 2025 ทางทีมได้นำเอาชุดการทดลองที่จะบินจริงหรือ Flight Model หรือ FM1 ดังกล่าวไปทดสอบยังประเทศเบลเยี่ยมแล้วในระหว่างวันที่ 17-30 มกราคม 2026 ตั้งแต่การทดสอบด้านระบบไฟฟ้า พลังงาน การเชื่อมต่อ การทำ Fit Check กับแพลตฟอร์มการทดลอง Ice Cubes บนโลก ไปจนถึงความสมบูรณ์แบบของ Payload ซึ่งผลการทดสอบเป็นไปอย่างน่าพึงพอใจ เป็นการสร้างความมั่นใจกว่ากระบวนการผลิตหรือ Fabrication จากประเทศไทยนั้น มีมาตรฐานที่สูงและได้รับการยอมรับจากองค์การอวกาศระดับโลก

หลังจากนั้นทีมวิจัยได้เริ่มการประกอบ Flight Model ชิ้นที่สอง หรือ FM2 ในวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ ของ GISTDA ที่จังหวัดชลบุรี อีกครั้งการประกอบในรอบนี้เป็นไปอย่างสมบูรณ์เหมือนกับครั้งที่แล้ว อย่างไรก็ตามช่วงหลังจากนั้นทีมได้พบประสบปัญหาเกี่ยวกับถุงใส่ของเหลวภายในตัว Payload โดยพบการรั่วไหลของของเหลวจากถุงประเภท Ethylene-Vinyl Acetate หรือ EVA และได้ใช้ความพยายามในช่วงสัปดาห์ท้าย ๆ ก่อนส่งมอบ ซึ่งเราได้เล่าไปในบทความ เมื่อถุงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในส่งการทดลองสู่สถานีอวกาศนานาชาติ จนท้ายที่สุดทีมงานได้ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยมีการสั่งถุงแบบ Fluorinated Ethylene Propylene หรือ FEP มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยความช่วยเหลือจากนักวิจัยจาก MIT Media Lab ในการช่วยแชร์ความรู้ และสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ทันเวลาส่งมอบ

ล่าสุดวันที่ 17 มีนาคม 2026 ทีมวิจัยได้เริ่มต้นการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังเมือง Zaventem ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อนำชุดการทดลองดังกล่าวไปส่งมอบด้วยตัวเอง หลังจากการทำงานมานานกว่า 2 ปี โดยวันที่ 19 มีนาคม 2026 ทีมงานได้นำการทดลองส่งมอบให้กับมือของทีมบริษัท Space Application Services ซึ่งทีมงานได้เปิดเผยว่าพบปัญหาหน้างานเล็กน้อยในด้านระบบคอมพิวเตอร์ แต่ก็สามารถปรับแก้ได้ และถือว่าการส่งมอบ Payload นั้นเสร็จสมบูรณ์
Space Applications Services คือบริษัทเอกชนจากเบลเยียมที่ทำตัวเหมือน “ผู้จัดการระบบหลังบ้าน” ของการทดลองในอวกาศ โดยบริษัทได้พัฒนา Infrastructure ทั้ง Hardware และ Software สำหรับเชื่อม Payload ของนักวิจัยเข้ากับสถานีอวกาศ และแพลตฟอร์มการทดลอง ICE Cubes คือโครงการที่ทำร่วมกับ ESA เพื่อ “เปิดตลาด” ให้ใครก็ตามตั้งแต่มหาวิทยาลัย Startup ไปจนถึงบริษัท สามารถเอาการทดลองขึ้นไปทำบนโมดูล Columbus ของสถานีอวกาศนานาชาติฝั่งยุโรป ที่ดูแลโดยองค์การอวกาศยุโรปหรือ ESA ได้แบบ Plug-and-Play มากขึ้น โดยลดการพึ่งพานักบินอวกาศที่ทำให้ค่าใช้จ่ายของการทดลองสูง และเสี่ยงต่อความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์

หลังจากการส่งมอบแล้ว ทางทีมก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น แต่เข้าสู่กระบวนการของการทดสอบระบบภาคพื้น ในการติดต่อสื่อสารกับตัว Payload บนสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งหลังจากการทดลองถูกนำขึ้นไปติดตั้งในแพลตฟอร์มการทดลอง Ice Cubes ชุดการทดลองดังกล่าวนั้นจะมีความสามารถในการรับและส่งข้อมูลกลับโลกทั้งแบบ Telemetry และ Telecommand ซึ่งได้มีการตั้งห้อง Mission Control อยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะมีการควบคุมการทดลองจากสถานีอวกาศนานาชาติจากแผ่นดินไทย

ชุดการทดลอง TIGERS-X นั้นมีขนาดเพียงแค่ 4U หรือกว้าง 20 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตรและสูง 10 เซนติเมตร มีน้ำหนักเพียงแค่ 2,500 กรัม แต่มีความสามารถในการทำการทดลองโดยสถาปัตยกรรม Lab-on-Chip เพื่อศึกษาการผสมกันของน้ำกับน้ำมันหรือ Emulsification และ Colloidal Mixing ในสภาวะไร้น้ำหนัก พร้อมกล้องบันทึกภาพความละเอียดสูง ระบบคอมพิวเตอร์สำหรับควบคุมและติดต่อสื่อสารกับพื้นโลก โดยการทดลองนี้จะวางรากสู่การศึกษาด้านการพัฒนายาในสภาวะไร้น้ำหนักซึ่งเป็นโจทย์สำคัญในการพัฒนายาทั้งบนอวกาศและบนโลก
ส่วนกำหนดการนำส่งนั้น ตัว Payload จะเดินทางขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติกับยาน Cargo Dragon ของ SpaceX ในภารกิจการนำส่งเสบียง CRS-34 ที่ ณ ตอนนี้มีกำหนดปล่อยในช่วงเดือนพฤษภาคม 2026
เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co