เจาะลึกรายละเอียด ภาพถ่ายชุดแรกจากอวกาศ Artemis II เริ่มการเดินทางสู่ดวงจันทร์

หลังจากที่ลูกเรือภารกิจ Artemis II เสร็จสิ้นการทำ Trans-Lunar Injection หรือการจุดเครื่องยนต์เดินหน้าสู่ดวงจันทร์ ซึ่งเราได้เล่าไปในบทความ Artemis II จุดเครื่อง TLI สำเร็จ เริ่มต้นเดินทางสู่ดวงจันทร์ สรุปเหตุการณ์สำคัญวันที่สอง ลูกเรือก็ได้ใช้เวลาในการถ่ายภาพโลกจากยาน Orion ในขณะที่ตัวยานค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากโลก มุ่งหน้าสู่ระยะห่าง 451,515 จากโลกเพื่อเคาะประตูดวงจันทร์อีกครั้งหลังผ่านไป 53 ปีที่ไม่มีมนุษย์คนใดเคยเดินทางไปยังดวงจันทร์อีกนับตั้งแต่ภารกิจ Apollo 17

ในช่วงค่ำของวันที่ 3 มีนาคม 2026 ทาง NASA ก็ได้ออกมาเปิดเผยภาพถ่ายชุดแรกที่ได้ถูกส่งกลับมายังโลก นั่นก็คือภาพของโลกเมื่อมองมาจากยาน Orion โดยภาพถ่ายนี้นับว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์ด้วยหลาย ๆ เหตุผล ไม่ว่าจะเป็นภาพแรกของวงโคจรต่ำของโลกที่ถูกถ่ายโดยมนุษย์ด้วยกล้องดิจิทัล (เนื่องจากในยุค Apollo นั้นใช้กล้องฟีล์ม) เป็นภาพแรกที่ถ่ายด้วยฝีมือมนุษย์นับตั้งแต่ภารกิจ Apollo 17 และถือว่าเป็นภาพถ่ายชุดแรกของโครงการ Artemis ที่ถ่ายโดยลูกเรือ ซึ่งหลังจากนี้ เราจะได้เห็นภาพถ่ายลักษณะนี้อีกนับไม่ถ้วน

ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้นับแสนปี มีมนุษย์เพียงแค่ 27 คนเท่านั้นที่เคยมองเห็นโลกทั้งใบแบบทั้งใบจริง ๆ นั่นก็คือลูกเรือในภารกิจ Apollo ตั้งแต่ Apollo 8 ที่เป็นการเดินทางสู่ดวงจันทร์ครั้งแรกในแบบ Free Return Trajectory แบบเดียวกับที่ Artemis II ใช้ หลังจากนั้นก็จะเป็นลูกเรือ Apollo 10-17 ที่เดินทางไปยังดวงจันทร์ ดังนั้น Ried Wiseman, Victor Glover, Christina Koch และ Jeremy Hansen จึงเป็นมนุษย์คนที่ 28, 29, 30 และ 31 ที่ได้เห็นภาพของโลกทั้งใบ

ภาพโลกทั้งใบ มุมมองที่มนุษย์น้อยคนในโลกจะได้เห็น

โดยปกติแล้วภาพถ่ายของโลกที่ถ่ายจากสถานีอวกาศนานาชาติ เราจะไม่ได้เห็นโลกทั้งใบแบบนี้ เนื่องจากสถานีอวกาศนานาชาตินั้นโคจรห่างจากโลกเพียงแค่ 400 กิโลเมตร ทำให้เมื่อถ่ายภาพ เราจะเห็นเพียงแค่ความโค้งของโลกเพียงเท่านั้น แต่ในภารกิจ Artemis II เนื่องจากลูกเรือจะเดินทางไปไกลถึง 451,515 กิโลเมตร ทำให้โลกจะค่อย ๆ ปรากฎเล็กลงเรื่อย ๆ จนมีขนาดปรากฎเพียงแค่ 2 องศาบนท้องฟ้า ให้เห็นภาพคือโลกจะดูใหญ่ประมาณ เอาดวงอาทิตย์ 4 ดวงมาต่อกันเท่านั้น

ในภาพด้านล่าง เราจะเห็นโลกทั้งใบและแผ่นดินด้านซ้ายคือทวีปแอฟริกา ด้านขวาคือทวีปอเมริกาใต้ ถูกคั่นไว้ด้วยมหาสมุทรแอตแลนติก และเราจะเห็นแสงออโรร่าบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ซึ่งรายละเอียดแบบนี้ถือว่าน่าทึ่งมากแล้ว แต่สิ่งที่น่าทึ่งกว่านี้ก็คือ จริง ๆ แล้วภาพนี้เหมือนจะถ่ายในเวลากลางวัน แต่จริง ๆ แล้ว นี่เป็นภาพถ่ายโลกเวลากลางคืน และแสงที่เห็นนี้จริง ๆ แล้วคือแสงจากดวงจันทร์ที่สะท้อนกลับมายังโลก ถามว่ารู้ได้อย่างไร ก็เพราะว่าเราจะเห็นแสงไฟในยามค่ำคืน (แสงสีเหลือง จากทวีปยุโรป) หมายความว่าจริง ๆ แล้วแผ่นดินที่เราเห็นนั้นมืดกว่าแสงไฟจากเมือง หมายความว่าภาพถ่ายนี้ถูกถ่ายด้วยกล้องที่มีความไวแสงหรือ ISO สูงมาก ๆ ซึ่งภาพนี่ถ่ายไว้โดย Reid Wiseman ผู้บัญชาการภารกิจ

ภาพของโลกทั้งใบที่ถ่ายจากยาน Orion ที่ในภาพเราจะเห็นไฟในยามค่ำคืน ออโรร่า แสง Zodiacal Light และดาวศุกร์ ที่มา – NASA

อีกหนึ่งรายละเอียดที่ไม่พูดถึงไม่ได้ และเนิร์ดมาก ๆ ที่จะสังเกตแล้วรู้ว่าคืออะไร นั่นก็คือแสงจักรราศี หรือ Zodiacal Light ซึ่งเป็นปรากฎการณ์แสงฟุ้ง ซึ่งเกิดจากแสงอาทิตย์สะท้อนและกระเจิงกับฝุ่นละอองจำนวนมหาศาลที่ลอยอยู่ในแนวระนาบสุริยะวิถี หรือแนวโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นเศษซากจากการก่อกำเนิดระบบสุริยะ

ฃึ่งแสง Zodiacal Light นี่เองที่อยู่บริเวณด้านล่างซ้ายของรูปโลก ในขณะเดียวกัน เราจะเห็นดาวหนึ่งดวงปรากฎสว่างอยู่ ซึ่งแปลว่าดาวดวงนี้อยู่ในระนาบเดียวกับสุริยะวิถี และอยู่เข้าไปในทางทิศเดียวกับดวงอาทิตย์ ดังนั้นต่อให้ไม่มีคำบรรยายก็เดาไม่ยากเลยว่าดาวดวงนี้คือดาวศุกร์นั่นเอง

อีกอันที่โคตรเนิร์ดที่เราพอจะชี้ให้เห็นในภาพนี้ได้ก็คือกลุ่มเมฆที่ไหลเวียนกันตามการไหลของกระแสอากาศบนโลก โดยปกติแล้วเมฆขนาดใหญ่ในลักษณะพายุแบบนี้จะหมุนตามกฎฟิสิกส์ที่เรียกว่า Coriolis Effect ซึ่งเกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก ในซีกโลกเหนือพายุจะหมุนทวนเข็มนาฬิกา และในซีกโลกใต้พายุจะหมุนตามเข็มนาฬิกา ถ้าเราลองขีดเส้นแบ่งตรงเส้นศูนย์สูตรพอดีเฉียง 45 องศาจากในภาพ เราจะเห็นทิศทางการหมุนของเมฆต่างกันด้วย

ส่วนเส้น ๆ ด้านขวานั่น ไม่ใช่ Petrova Line จากเรื่อง Project Hail Mary แต่อย่างใด แต่มันคือขอบหน้าต่างของยาน Orion นั่นเอง โดยเราจะเห็นว่าด้านซ้ายของเส้นแบ่งนั้นมืดทึบสนิท ซึ่งนั่นคือสภาพแสดงในยาน Orion เพื่อให้สามารถถ่ายภาพที่มีความไวแสงสูงขนาดนี้ได้นั่นเอง

ภาพเดียวกันแบบไม่เร่งแสงในภายหลัง ทำให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วนี่คือโลกในยามค่ำคืน ที่มา – NASA

ภาพที่เห็นด้านบนนั้นคือภาพต้นฉบับที่ NASA ปล่อยออกมาเช่นกัน แต่เป็นภาพก่อนถูกนำมาเร่งแสงให้เห็นรายละเอียด ซึ่งจากข้อมูล EXIF บอกเราว่าภาพนี้ถูกถ่ายด้วย Speed Shutter อยู่ที่ 1/4 วินาที เปิดรูรับแสงหรือ F อยู่ที่ 4.0 และใช้ค่าความไวแสง ISO อยู่ที่ 51200 นั่นเอง

ภาพของเส้นแบ่งกลางวันกลางคืน

ภาพต่อมานี่ก็คือภาพของเส้นแบ่งกลางวันและกลางคืน ซึ่งแน่นอนว่าภาพนี้ถูกถ่ายด้วยค่า ISO ที่ไม่สูงมากนัก ทำให้เราเห็นโลกในฝั่งที่เห็นกลางคืนมืดสนิท และฝั่งกลางวันสภาพแสงไม่ Overexposure มากเกินไป แน่นอนว่าแลกกับการที่เราจะมองไม่เห็นดวงดาวพื้นหลัง เหมือนกับภาพแรก ภาพนี้ถ่ายเอาไว้โดย Reid Wiseman เช่นกัน

ภาพของเส้นแบ่งระหว่างกลางวันกับกลางคืนที่ถ่ายโดย Reid Wiseman ที่มา – NASA

ภาพนี้แอบดูยากเล็กน้อยว่าถ่ายที่ตรงไหน แต่ถ้าดูจากการหมุนของเมฆพายุที่ไปในทางเดียวกันแล้ว ภาพนี้น่าจะค่อนไปทางไม่ซีกโลกเหนือก็ซีกโลกใต้ แต่หากเราดู Trajectory หรือทิศทางการโคจรของยาน Orion ที่ทำมุม Inclination อยู่ที่ 28.35 องศา ไปทางทิศใต้ ภาพนี้น่าจะเป็นซีกโลกใต้นั่นเอง

ภาพของโลกเมื่อมองจากหน้าต่างของยาน Orion

ส่วนภาพอีกหนึ่งภาพที่ปล่อยออกมา นี่เป็นภาพของโลกที่มองจากด้านในยาน โดยการถ่ายจะถ่ายให้เห็นรายละเอียดภายในตัวยาน ซึ่งยาน Orion นั้นมีหน้าต่างจำนวน 4 บานด้วยกัน ภาพนี้ยังคงถ่ายโดย Reid Wiseman เช่นเดิม ซึ่งเราจะพอจินตนาการออกว่าลูกเรือในยานจะเห็นโลกเล็กแค่ไหน อย่างในภาพนี้ใน EXIF ของภาพบอกว่าถ่ายด้วยเลนส์ ระยะ 35 มิลลิเมตร ซึ่งแคบกว่าระยะของกล้องบน iPhone เล็กน้อย

ภาพของโลกเมื่อมองผ่านหน้าต่างของยาน Orion จะมองเห็นโลกทั้งใบ ที่มา – NASA

สำหรับกล้องที่ใช้ในการถ่ายภาพทั้งหมดนี้นั่นก็คือกล้อง Nikon D5 นั่นเอง ซึ่ง NASA ได้มีการฝึกลูกเรือให้คุ้นชินกับการใช้งานกล้อง และมีการสอนการถ่ายภาพในระดับโปร เพื่อให้ลูกเรือสามารถบันทึกภาพในอวกาศได้โดยเข้าใจสภาพแสง ซึ่งจะทำให้เห็นรายละเอียดของภาพที่แตกต่างกันออกไป และเนื่องจากกล้อง Nikon D5 นั้นสามารถดันค่า ISO หรือความไวแสงขึ้นไปได้สูงมาก ๆ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ Speed Shutter ที่ช้าในการรวมแสง จึงสะดวกในการบันทึกภาพในยานอวกาศ ที่อาจจะมีการหมุนหรือเคลื่อนที่ทำให้ภาพเบลอได้

ภาพทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภารกิจเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นการปล่อยเพียงแค่น้ำจิ้มออกมา เพราะหลังจากนี้ เราจะได้เห็นภาพถ่ายของทั้งโลก ดวงจันทร์ และบรรยากาศในยาน Orion กันแบบชัด ๆ ค่อย ๆ ถูกปล่อยออกมาเรื่อย ๆ โดย NASA ซึ่งนับว่าน่าตื่นเต้นมาก เพราะภาพถ่ายพวกนี้ ไม่ได้เห็นภาพจากยานอวกาศ แต่เป็นภาพที่ถูกถ่ายโดยคนจริง ๆ ด้วยกล้องแบบ Consumer Electronic แบบเดียวกับที่เราใช้กัน ทำให้อวกาศหรือการเดินทางไปยังดวงจันทร์ดูเข้าถึงได้และไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด

และการที่เรารู้ว่าผู้ที่สั่งกดชัตเตอร์เหล่านี้ ก็ได้เห็นภาพเหล่านี้ด้วยตาตัวเองจริง ๆ ทำให้เราเหมือนได้มองมันผ่านตาของลูกเรือ Artemis II ว่าจริง ๆ แล้วโลกของเราเมื่อมองจากอวกาศนั้นช่างสวยงามเพียงใด และนี่คือบ้านหลังเดียวของเรา ณ ตอนนี้นี่เอง

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

* ตัวเลขในบทความ ระยะห่าง วงโคจร อ้างอิงจากข้อมูล Ephemeris หลังจากการทำ Trans-Lunar Injection ที่ถูกปล่อยออกมาโดย NASA และอยู่ในฐานข้อมูล JPL Horizons คำพูดของลูกเรือ และบทสนทนาระหว่างลูกเรือและ Mission Control ถอดมาจากถ่ายทอดสดของ NASA TV

Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.