Artemis II วันที่ 2: จุดเครื่อง TLI สำเร็จ เริ่มต้นเดินทางสู่ดวงจันทร์

วันที่ 3 เมษายน 2026 ภารกิจ Artemis II เข้าสู่ช่วงที่สำคัญมากของภารกิจนั่นก็คือการปรับวงโคจรเพื่อเดินทางไปยังดวงจันทร์ที่เรียกว่า Trans-Lunar Injection หรือ TLI ที่เรียกได้ว่าเป็นการเดินทางสู่ดวงจันทร์อย่างเป็นทางการของภารกิจ Artemis II

ย้อนกลับไปในวันที่ 2 มีนาคม 2026 จรวด SLS ได้พายาน Orion เดินทางสู่วงโคจรโลกแบบ High Eliptical Orbit หรือวงโคจรความรีสูงรอบโลก ซึ่งตัวยาน Orion หลังจาก การทดสอบทำ Proximity Operations สำเร็จ ช่วงประมาณ 10:00 ตามเวลาประเทศไทยหลังจากนั้นเราได้รายงานถึงกรณีห้องน้ำบนยานมีปัญหาในบทความ สรุปเหตุการณ์ส้วมในยาน Orion พัง

ตามตารางของภารกิจ ลูกเรือ Artemis II ได้นอนหลับสั้น ๆ เป็นเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงและตื่นมาอีกครั้งเวลา 19:00 ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งช่วงนั้นยาน Orion ได้เดินทางไปถึงจุด Apogee ที่ 70,145 พอดี โดยพวกเขาจะต้องตื่นมา Monitor การทำ Perigee Rise Burn ซึ่งเป็นการจุดเครื่องยนต์เพื่อปรับวงโคจรที่จุดใกล้โลก Perigee จากเดิมประมาณ 110 กิโลเมตรให้สูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 191 กิโลเมตร โดยการปรับวงโคจรเป็นไปได้ด้วยดี และกลับไปนอนอีกครั้งเวลา 9:40 ปิดฉากวันแรกของภารกิจ

ภาพจากกล้องบนยาน Orion บริเวณปลายแผง Solar Arrays ที่มา – NASA

ลูกเรือ Artemis II เริ่มต้นวันที่สองของภารกิจด้วยการตื่นมาเวลา 03:00 หรือตีสามของเช้าวันใหม่ 3 เมษายน 2026 ตามเวลาประเทศไทย รวมเวลานอนทั้งสิ้นประมาณ 6-7 ชั่วโมง ซึ่ง ณ ตอนนั้น ยาน Orion อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ อยู่ในช่วงตกกลับสู่โลก ช่วงเวลาเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่ที่ Mission Control ใน Houston ก็ได้เตรียมการสำหรับ TLI โดยในตอนเช้า ลูกเรือทั้ง 4 ได้มีโอกาสใช้งานเครื่องออกกำลังกาย Flywheel Exercise Device ในการออกกำลังกายในสภาวะไร้น้ำหนัก จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 04:00 ตามเวลาประเทศไทยทีม Mission Management ที่ Houston ก็อนุมัติไฟเขียวสำหรับการทำ TLI ในที่สุด โดยผู้รับผิดชอบวันนี้ ก็ได้แก่ Jeff Radigan รับหน้าที่ Flight Director และนักบินอวกาศ Christina Birch รับหน้าที่เป็น CAPCOM

Trans-Lunar Injection เริ่มต้นเดินทางสู่ดวงจันทร์

รายละเอียดในการทำ TLI นั้นก็คือ ยาน Orion จะจุดเครื่องยนต์ Orion Main Engine หรือ OEM ที่ติดอยู่บริเวณ European Service Module หรือ ESM เป็นเวลา 5 นาที 50 วินาที ซึ่งจะสร้างแรงขับประมาณ 26,000 นิวตัน ให้ค่าเปลี่ยนแปลงความเร็วหรือ Delta-V อยู่ที่ 1,276 เมตรต่อวินาที (ตัวเลขอ้างอิงจากวิทยุที่ Houston คุยกับลูกเรือ) ซึ่งจะยกวงโคจรของจุดไกลโลก Apogee จากเดิม 70,336 กิโลเมตร ให้กลายเป็น 451,515 กิโลเมตร โดยจังหวะนั้นตัวยานจะเข้าไปสู่อิทธิพลของแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ และถูกเหวี่ยงอ้อมดวงจันทร์กลับมายังโลกในลักษณะ Free Return Trajactory ทำให้สามารถกลับโลกได้โดยไม่ต้องจุดเครื่องยนต์เพื่อปรับวงโคจรเพิ่มเติม ดังนั้นการทำ TLI จะถือว่าเป็นการทำ De-Orbit Burn เพื่อกลับโลกไปด้วยเช่นกัน เวลาที่จะทำ TLI นั้นก็คือ ช่วงเช้า 6:49 ตามเวลาประเทศไทย

ในระหว่างนั้นนั่นเองเมื่อยาน Orion ค่อย ๆ ตกกลับลงมาใกล้โลก มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ควรรู้ก็คือ NASA ได้สลับการสื่อสารจากเดิมที่ใช้ระบบ Deep Space Network มาใช้เป็นระบบดาวเทียม Tracking and Data Relay Satellite System หรือ TDRS แทน ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ NASA ใช้สื่อสารกับสถานีอวกาศนานาชาติ 20 นาทีก่อน TLI เจ้าหน้าที่ CAPCOM ได้กล่าวกับลูกเรือ หลังจากที่ Flight Director ประเมินแล้วยังคงให้ไฟเขียวสำหรับการทำ TLI

“Integrity, when the engine ignites, you embark on humanity’s lunar homecoming ark and set the course to return Integrity and her crew safely home. Houston is go for TLI.”

ซึ่งในบทพูดนั้นพูดถึงเส้นทางแบบ Free Return Trajectory โดยการจุดเครื่องยนต์ครั้งนี้จะเป็นทั้งการพาลูกเรือเดินทางไปวนรอบดวงจันทร์และเดินทางกลับบ้านด้วยเช่นกัน นี่จึงเป็นการอวยพรถึงการเดินทางกลับบ้านที่ปลอดภัยด้วยเช่นกัน ในขณะที่ลูกเรือบนยาน Christina Koch ก็ได้พูดโต้ตอบกลับมาบอกว่า

“Integrity, copy. Integrity crew is go for TLI. With this burn to the Moon, we do not leave Earth we choose this.”

บรรยกาศในห้อง Mission Control ขณะยาน Orion เตรียมจุดเครื่องยนต์เพื่อทำ Trans-Lunar Injection ที่มา – NASA/Robert Markowitz

จนกระทั่งเวลา 6:49 ตามเวลาประเทศไทย Orion เริ่มจุดเครื่องยนต์ เมื่อยานอยู่ที่ระดับความสูง 190 กิโลเมตร เหนือบาฮาแคลิฟอร์เนียและกำลังเคลื่อนที่เข้าเหนือแผ่นดินสหรัฐฯ ผ่านเหนือเท็กซัส ฟลอริดา ก่อนจะไต่ระดับวงโคจรขึ้นไปเรื่อย ๆ ต่อมาเวลา 6:56 ทาง Mission Control ยืนยันเครื่องยนต์ของ Orion ได้ดับลงเรียบร้อย ตอนนี้ Artemis II เดินหน้าสู่ดวงจันทร์อย่างเป็นทางการ กระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามแผน หลังจากนั้น Jeremy Hansen ได้กล่าวขอบคุณว่า

“With that successful TLI, the crew feels pretty good up here on the way to the Moon. We just want to communicate to everyone around the planet who’s worked to make Artemis possible that we firmly felt the power of your perseverance during every second of that burn. Humanity has once again shown what we are capable of, and it’s your hopes for the future that carry us now on this journey around the Moon.”

ทำให้ ณ ตอนนี้ ยาน Orion เรียกได้ว่าเตรียมบินโฉบอ้อมหลังดวงจันทร์ โดยมีจุดไกลโลกมากที่สุดหรือ Apogee อยู่ที่ 451,515 กิโลเมตร โดยตัวยานจะเดินทางถึงดวงจันทร์ใช้เวลา 4 วันก่อนอ้อมหลังดวงจันทร์และเดินทางกลับอีก 4 วัน ซึ่งจะถึงโลกในวันที่ 11 เมษายน 2026 ตามเวลาประเทศไทย หลังจากการทำ TLI นี้ไม่ต้องทำ Deorbit Burn เพื่อกลับโลกอีกต่อไป

ภาพดวงจันทร์และยาน Orion ที่ถ่ายโดยกล้อง Go Pro บริเวณปลาย Solar Arrays ของยาน Orion ที่มา – NASA

หลังจากความสำเร็จของการทำ TLI นั้นในระหว่างที่ Orion เดินทางห่างจากโลกขึ้นเรื่อย ๆ ลูกเรือก็ได้ใช้เวลานี้ในการถ่ายภาพโลกขณะที่ตัวยานกำลังเดินทางไปยังดวงจันทร์ ซึ่งลูกเรือบอกว่าจริง ๆ แล้วเป็นช่วงเวลาที่จะต้องรับประทานอาหารเที่ยง แต่ทุกคนยังคงสนุกอยู่กับการค่อย ๆ จ้องมองโลกที่หน้าต่างของยาน Orion ส่วน NASA ก็ได้จัดการแถลงข่าวในช่วง 8:00 ตามเวลาประเทศไทยที่ NASA Johnson Space Center อัพเดทภารกิจ

ให้สัมภาษณ์นักข่าวครั้งแรกหลังการปล่อย

หลังจากการทำ TLI เรียบร้อยแล้ว ในช่วง 1 วัน 4 ชั่วโมงหลังจากการปล่อย ซึ่งตรงกับช่วง 13:00 เวลาประเทศไทย ซึ่งตัวยาน Orion อยู่ห่างจากโลกประมาณ 30,000 กิโลเมตร ลูกเรือ Artemis II ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสหรัฐฯ ได้แก่ ABC News และ Fox News ซึ่งนับว่าเป็นการสัมภาษณ์นักบินอวกาศจากระยะไกลที่สุดในรอบ 53 ปี นับตั้งแต่โครงการ Apollo โดยการสัมภาษณ์นั้นกินระยะเวลาถึง 21 นาทีด้วยกัน

เนื้อหาบางส่วนของการสัมภาษณ์นั้น ลูกเรือแต่ละคนถูกถามคำถามในเชิงมุมมองต่อภารกิจ Reid Wiseman ในฐานะผู้บัญชาการพูดตรง ๆ ว่า “There is nothing normal about this … Sending four humans 250,000 miles away is a Herculean effort.” หรือเป็นการบอกตรง ๆ ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในภารกิจนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่จะทำได้ง่าย ๆ เลยสำหรับการส่งมนุษย์ออกมาไกลจากโลกขนาดนี้

ในอีกมุมหนึ่ง Jeremy Hansen นักบินอวกาศจาก Canadian Space Agency เล่าถึงช่วงเวลาที่ Solid Rocket Booster จุดขึ้นว่าเป็นโมเมนต์ที่ “หลุดจากความคาดหมาย” ทั้งที่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว “It just totally takes you by surprise… I just had a huge smile across my face.” โดยต้องอย่าลืมว่านี่คือการเดินทางสู่อวกาศครั้งแรกของ Jeremy Hansen ด้วย

การให้สัมภาษณ์ครั้งแรกนับตั้งแต่การปล่อยของลูกเรือ Artemis II ที่มา – NASA

ขณะที่ Christina Koch พูดถึงมุมมองของโลกจากอวกาศว่า “Seeing the entire planet out the window in one pane” และกำลังจะได้เห็นดวงจันทร์ในเสกลเดียวกัน มันคือมุมองแบบที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่เคยสัมผัส และ Victor Glover ก็ปิดท้ายด้วยมุมมองเชิงปรัชญามากว่า “Homo Sapiens is all of us. We’re all one people.” หรือเรานั้นไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก แต่เมื่อมองจากอวกาศแล้วก็เป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ

หลังจากการสัมภาษณ์เสร็จลูกเรือก็เช็คความเรียบร้อยของยาน รวมถึงประชุมอัพเดทสถานะต่าง ๆ กับ Mission Control ที่ Houston รวมถึงการถ่ายภาพชุดแรกที่ถูกส่งกลับมายังโลก เจาะลึกรายละเอียด ภาพถ่ายชุดแรกจากอวกาศ Artemis II เริ่มการเดินทางสู่ดวงจันทร์ ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงพักผ่อนเป็นการจบวันที่สองของภารกิจ หลังจากนี้ลูกเรือจะใช้เวลา 4 วันในการเดินทางไปยังดวงจันทร์ ภารกิจของพวกเขาหลังจากนี้ก็คือทดสอบระบบดำรงชีพ  Environmental Control and Life Support System ต่าง ๆ ในยาน Orion ไปจนถึงทำงานวิทยาศาสตร์บางส่วนระหว่างการเดินทาง

วันที่ 1 ยาน Orion แยกตัวกับ ICPS ทดสอบ Proximity Operations และ Apogee Rise Burn
วันที่ 2 จุดเครื่อง TLI สำเร็จ เริ่มต้นเดินทางสู่ดวงจันทร์
วันที่ 3 อีกครึ่งทางถึงดวงจันทร์ และส้วมพังอีกแล้ว
วันที่ 4 เตรียมพร้อม บินโฉบดวงจันทร์
วันที่ 5 เดินทางถึงดวงจันทร์แล้ว เตรียมเริ่มต้นการสำรวจ
วันที่ 6 เข้าใกล้ดวงจันทร์มากที่สุด ศึกษาและเก็บข้อมูลวิทยาศาสตร์
วันที่ 7 วันพักผ่อน และพูดคุยกับสถานีอวกาศนานาชาติ
วันที่ 8 ศึกษาผลกระทบร่างกายก่อนกลับโลก
วันที่ 9 วันสุดท้ายในอวกาศ

สรุปรายละเอียดทั้งหมดที่ควรรู้ของ Artemis II ปล่อยวันไหน เดินทางอย่างไร ลำดับเหตุการณ์

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

* ตัวเลขในบทความ ระยะห่าง วงโคจร อ้างอิงจากข้อมูล Ephemeris หลังจากการทำ Trans-Lunar Injection ที่ถูกปล่อยออกมาโดย NASA และอยู่ในฐานข้อมูล JPL Horizons คำพูดของลูกเรือ และบทสนทนาระหว่างลูกเรือและ Mission Control ถอดมาจากถ่ายทอดสดของ NASA TV

Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.