ดาวเทียม KnackSat-2 ส่งสัญญาณกลับโลกแล้ว เผยสาเหตุและลำดับเหตุการณ์ หลังลุ้นนับสัปดาห์

หลังจากปล่อยขึ้นสู่อวกาศไปในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ดาวเทียม KnackSat-2 ที่พัฒนาโดยวิศวกรไทยก็ได้เริ่มต้นส่งสัญญาณ Telemetry ที่สามารถอ่านค่าได้กลับโลก นับเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์เต็มหลังจากถูกปล่อยออกจากโมดูล Kibo ของญี่ปุ่นบนสถานีอวกาศนานาชาติ ทำให้ทีมพัฒนาและผู้สนใจต่างโล่งอกไปตาม ๆ กัน จากเดิมที่คาดการณ์ว่าควรจะเริ่มต้นส่งสัญญาณกลับโลกในวงโคจรแรกช่วงค่ำของวันปล่อย

ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026 ช่วงเช้ามืดเป็นต้นมา สถานีรับสัญญาณหรือ Ground Station ทั่วโลกต่างทยอยรับสัญญาณที่คาดว่าน่าจะมาจากดาวเทียม KnackSat-2 ได้ โดยสถานีรับสัญญาณแรกในประเทศไทยที่รับได้คือที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่ เวลา 00.15 หลังจากนั้นสถานีฯ ที่กรุงเทพฯ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก็สามารถรับสัญญาณได้เช่นกัน ต่อมาชุดข้อมูลสัญญาณต่าง ๆ ได้ถูกส่งต่อไปยังทีมพัฒนาเพื่อถอดรหัสออกมาเป็นค่า Telemetry หรือข้อมูลเกี่ยวกับตัวดาวเทียม ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ และสถานะอุณหภูมิ แรงดันไฟ และการทำงานของระบบต่าง ๆ ทำให้เป็นที่ยืนยันชัดเจนว่าดาวเทียม KnackSat-2 ได้เริ่มต้นการสื่อสารกับภาคพื้นอย่างเป็นทางการ และเข้าสู่ช่วง Launch and Early Orbit Phase หรือ LEOP

KnackSat-2 หลังจากปล่อยออกจากระบบ JSSOD ของสถานีอวกาศนานาชาติฝั่งญี่ปุ่น ที่มา – NASA

ทำไมดาวเทียม KnackSat-2 ถึงได้ใช้เวลากว่า 3 สัปดาห์เต็มในการส่งสัญญาณกลับโลก และเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นระหว่างนั้น รวมถึงมีข้อสันนิษฐานใดจากทีมผู้พัฒนา ในบทความนี้จะมาค่อย ๆ ไล่เรียงลำดับเหตุการณ์และวิเคราะห์ไปพร้อม ๆ กันหลังทีมพัฒนาได้เผยรายละเอียดล่าสุดกับทีมงานเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026

ดาวเทียม KnackSat-2 หลังปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ ที่มา – NASA/JAXA/INSTED

ดาวเทียม KnackSat-2 นั้น เป็นดาวเทียม CubeSat แบบ 3U ขนาด 10x10x30 เซนติเมตร ออกแบบมาให้เป็น Rideshare Platform สำหรับการติดตั้ง Payload การทดลองที่หลากหลายจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐฯ เอกชน และสถานบันการศึกษา โดยตัวดาวเทียมจะรับส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุ และสามารถกระจายคลื่นความถี่วิทยุสมัครเล่น เพื่อให้นักวิทยุสมัครเล่นสามารถรับสัญญาณจากตัวดาวเทียมได้ โดยหลังจากการปล่อยเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ตัวดาวเทียมจะต้องกางเสาอากาศเพื่อส่งสัญญาณกลับโลก ซึ่ง Ground Station จะใช้วิธีอ้างอิงวงโคจรจากสถานีอวกาศนานาชาติ เนื่องจากความเร็วสัมพัทธ์กับสถานีฯ นั้นไม่มากนัก อย่างไรก็ดี ในช่วงสองสัปดาห์แรกมี Ground Station หลายแห่งทั่วโลกอ้างว่าสามารถรับสัญญาณที่น่าจะมาจากตัวดาวเทียม KnackSat-2 และอัพโหลดสัญญาณที่ได้ขึ้นสู่ระบบ SatNOGS ได้บ้าง แต่ส่วนมากก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทีมพัฒนา

ในช่วงแรกนั้นทีมพัฒนาเปิดเผยว่ามีความกังวลด้านพลังงานของตัวดาวเทียม ในการกางเสาอากาศและเริ่มต้นการกระจายสัญญาณ จำเป็นต้องอาศัยพลังงานจากแสงอาทิตย์ ชาร์จไฟฟ้าให้กับตัวแบตเตอร์รี่ของดาวเทียม หลังจากนั้นระบบดีดเสาอากาศจะเริ่มต้นทำงาน ท่าทางการหมุนของตัวดาวเทียมในช่วงแรกของการปล่อยนั้น มีผลต่อความสามารถในการรับพลังงานแสงอาทิตย์เช่นกัน นอกจากนี้วงโคจรของตัวดาวเทียม ซึ่งใช้วงโคจรร่วมกับสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งจะมีช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือ Orbital Sunrise 16 ครัั้งในระยะเวลา 24 ชั่วโมง หรือทุก ๆ 90 นาที ซึ่งส่งผลต่อการชาร์จพลังงานของตัวแบตเตอร์รี่

จนกระทั่งวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 01.02 สถานีภาคพื้นดินของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติหรือ NARIT เป็นหน่วยงานแรกของประเทศไทยที่สามารถตรวจจับและติดตามสัญญาณของดาวเทียม KnackSat-2 ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวดาวเทียมโคจรผ่านท้องฟ้าจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาในวันที่ กุมภาพันธ์ 2026 สถานีรับสัญญาณที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก็สามารถรับสัญญาณได้เช่นกัน ในเวลา 00.15 และ 01.51 ในช่วงเวลาใกล้กันนั้น สถานีรับสัญญาณจากทั่วโลกก็เริ่มทยอยรับสัญญาณได้เช่นกัน ทั้งที่สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น และยุโรป ทำให้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าดาวเทียม KnackSat-2 นั้นสุขภาพดีอยู่บนวงโคจร

ทีมพัฒนาได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าดาวเทียม KnackSat-2 นั้น รอแบตเตอร์รี่อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมต่อการทำงาน หากไล่เรียงลำดับเหตุการณ์แล้ว ดาวเทียม KnackSat-2 ถูกส่งมอบให้กับองค์การอวกาศญี่ปุ่นในช่วงเดือนกันยายน 2025 เพื่อเตรียมนำไปบรรจุกับยาน HTV-X เพื่อเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ โดยในช่วงการส่งมอบนั้นได้มีการติดตั้งแบตเตอร์รี่สำหรับใช้งานบนเที่ยวบินให้กับตัวดาวเทียม แต่ตัวดาวเทียมจะยังไม่ทำงานจนกว่าจะถูกปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อรักษาแบตเตอร์รี่ไว้ โดยตัวดาวเทียมได้ถูกนำส่งขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติในวันที่ 26 ตุลาคม 2025 พร้อมกับจรวด H3 ที่บรรทุกยาน HTV-X ขึ้นไป โดยแผนการณ์เดิมนั้นตัวดาวเทียมควรจะถูกปล่อยออกจากสถานีฯ ประมาณ 90 วัน หลังจากการส่งมอบ อย่างไรก็ตามเนื่องจากปัญหาตารางบนสถานีอวกาศนานาชาติ ในช่วงต้นปี 2026 ทำให้การปล่อยถูกเลื่อนออกไปถึง 175 วันหลังจากการส่งมอบ และมาได้ปล่อยในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ในช่วงดังกล่าว แบตเตอร์รี่ได้เข้าสู่ Safe Mode เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงาน

หลังจากการปล่อยสู่อวกาศ ตัวดาวเทียมจำเป็นต้องชาร์จพลังงานจนถึงระดับที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามรอบการโคจร และการหันแผง Solar Arrays ไปยังดวงอาทิตย์ จนสุดท้ายดาวเทียม KnackSat-2 ก็ตื่นและสามารถทำงานได้ตามที่ควรจะเป็นถึง 20 วันหลังจากการออกมาอยู่นอกอวกาศครั้งแรก ถือว่าไม่แปลกมากนักสำหรับภารกิจ CubeSat ลักษณะนี้

โดยจากข้อมูล Telemetry ล่าสุดทีมพัฒนาวิเคราะห์ค่า Parameter ต่าง ๆ พบว่าตัวดาวเทียมมีสุขภาพดี ผลิตไฟฟ้าและจ่ายพลังงานได้ตามที่ควรจะเป็น ค่าสัญญาณแรงตามที่ควรจะเป็น ทำให้ ณ ตอนนี้ถือว่าดาวเทียมอยู่ในช่วง Launch and Early Orbit Phase หรือ LEOP ซึ่งจะเป็นช่วงที่ทางทีม เตรียมดาวเทียมสำหรับการใช้งานจริง โดยจะเป็นการตรวจสอบความพร้อม ลดอัตราการหมุนและควบคุมตัวเทียมให้อยู่ในท่าหรือ Attitute ที่ควรจะเป็น รวมถึงศึกษาวงโคจร ค่า Orbital Parameter ต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการทำงานจริง

โดยข้อมูล Telmetry ของดาวเทียม KnackSat-2 สามารถเข้าถึงได้จาก Dashboard ที่ทางทีมได้จัดทำไว้ ทุกครั้งที่มีการรับสัญญาณได้จาก Ground Station ในเครือข่าย ข้อมูลจำถูกส่งผ่าน Package Forwording ไปอ่านเป็นค่า Parameter ต่าง ๆ แสดงบนหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว บุคคลทั่วไปสามารถช่วยรับสัญญาณได้เช่นกัน มาช่วยกันรับสัญญาณจากดาวเทียม KnackSat-2 ด้วยวิทยุสมัครเล่นกัน โดยหลังจากนี้ เนื่องจากเรามีข้อมูล Telemetry ที่ทำให้สามารถทำ Orbit Determination ได้แล้ว ทำให้ค่า TLE สามารถอ้างอิงจากหมายเลข NORAD 67683 จากเดิมที่เราจะใช้การ Track สถานีอวกาศนานาชาติ

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co


Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.