Old Space กับ New Space คืออะไร
Old Space กับ New Space คืออะไร

Nutn0n in Global Trend

Old Space กับ New Space คืออะไร

April 1, 2021

มีงานประชุมงานนึงที่ตั้งชื่อว่า New Space Europe จัดเป็นประจำทุกปี ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก ประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีประวัติศาสตร์ในด้านอวกาศยาวนานเหมือนกับสหรัฐฯ หรือรัสเซีย โดยเนื้อหาในงานจะพูดถึงธุรกิจอวกาศ การสำรวจอวกาศ ซึ่งเราก็อาจจะนึกภาพแนว ๆ ว่าเป็นงาน Conference ประชุมงานหนึ่ง แต่คำสำคัญมันอยู่ที่คำว่า “New Space” นี่สิ หลายคนอาจจะรู้จักคำว่า Space แล้ว เวลาพูดว่า Space เราอาจจะนึกถึงโครงการ Apollo นึกถึงจรวดลำใหญ่ ๆ นึกถึงธุรกิจดาวเทียม ซึ่งจริง ๆ ก็ถูกแล้ว เพราะ Space นั้นจริง ๆ มีพื้นฐานมาจากสงคราม (อ่าน – ประวัติศาสตร์จรวด อาวุธสังหารสู่สะพานเชื่อมดวงดาว) แล้วคำว่า New Space มันคืออะไร ? แล้วอะไรคือ Old Space, Traditonal Space ? ในบทความนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กัน

ภาพโปรโมตงาน NewSpace Europe ในปี 2020 ที่ผ่านมา

การแบ่งแยกระหว่างสิ่งใหม่กับสิ่งเก่าด้วยคำว่า New และ Old หรือ Traditional นั้นพบเจอได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ถ้าใครที่เรียนด้านการสื่อสาร เราก็จะชินกับคำว่า “New Media” หรือสื่อใหม่ (สื่อออนไลน์ แฟนเพจ การทำไลฟ์) ซึ่งเป็นเส้นที่ตัดแบ่งกับสื่อเก่า หรือสื่อดั้งเดิม (Traditonal Media) พวกทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุต่าง ๆ

ที่ยกตัวอย่างเรื่อง New Media กับ New Space มาเล่าก็เพราะว่าจริง ๆ แล้วพื้นฐานที่มาของเส้นแบ่งระหว่างยุคเก่าและใหม่ของทั้งสองอุตสาหกรรมนี้เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กัน และมีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก แถมยังมีความคล้ายคลึงกันมากเพราะจริง ๆ แล้วทั้งสองอย่างนี้เกิดจาก “สงครามโลกครั้งที่สอง” นั่นเอง

สื่อกับการสำรวจอวกาศ บนเส้นทางที่แตกต่างเหมือนกัน

ให้เรานึกภาพสมัยก่อน สมัยสงครามโลก “ทหาร” หรือ “ฝ่ายความมั่นคง” คือเจ้าของทรัพยากรหลาย ๆ อย่าง และแน่นอนว่ารวมถึงสื่อด้วย ทรัพยากรที่ว่านั้นนอกจากจะเป็นเงินทุนมหาศาล (ที่ต้องใช้ในการสร้างเครื่องมือต่าง ๆ แล้ว) ยังรวมถึงทรัพยากรที่จับต้องไม่ได้อย่าง สิทธิในอากาศ น่านน้ำ อวกาศ ด้วยเช่นกัน ดังนั้นนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมทหารจึงเป็นเจ้าของช่องทีวีและวิทยุต่าง ๆ และยังคงเป็นเจ้าของสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันด้วย

เวลาผ่านไปแนวโน้มประเทศประชาธิปไตยเกิดการแบ่งจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ให้นายทุนสามารถนำมาสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจ เกิดการทำสัมปทาน หาเงินเข้ารัฐ ลากยาวมาจนถึงการให้อิสระในการบริหารจัดการต่าง ๆ อย่างเสรียิ่งขึ้น ประกอบกับการเข้ามาของอินเทอร์เน็ต การเกิดขึ้นของ Personal Computer อุปกรณ์ส่วนตัวต่าง ๆ ทำให้ใคร ๆ ก็ครอบครองทรัพยากรที่จะเป็น “สื่อได้” ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสมัยก่อน เราอยากจะเป็นสื่อคุยกับคนเยอะ ๆ เราต้องไปสัมปทานความถี่จากรัฐฯ หรือทหารมา แค่นั้นยังไม่พอ เรายังต้องมีเงินในการซื้อเสาสัญญาณ กล้องถ่ายทอด เป็นทุนมหาศาล ทำให้การทำอะไรที่คุ้มทุนนั้นจำเป็นจะต้องมีลูกค้าจำนวนมาก (นำมาซึ่งลัทธิบริโภคนิยม คือผลิตให้ได้เยอะ ๆ ขายให้ได้เยอะ ๆ ไว้ก่อน) เนื้อหาในสื่อถึงได้ดูซ้ำ ๆ กันไปหมด เพราะออกแบบมาเพื่อเอื้อความบริโภคนิยมให้แก่กลุ่ม Mass นั่นเอง

ทีนี้ย้อนกลับมาในปัจจุบัน ถ้าเราอยากจะสื่อสารกับคนจำนวนเยอะ ๆ ในประเด็นที่ Niche มาก ๆ เราทำได้ไหม? คำตอบคือได้! แถมในต้นทุนที่ไม่มากเท่าเมื่อก่อนด้วย เพราะเราก็แค่ไปเปิดเพจบน Facebook หรือเขียน Blog ของตัวเองขึ้นมา ใช้เงินเริ่มต้น 0 บาท เพราะอินเทอร์เน็ตนั้นเปิดให้ใช้ฟรี ๆ (แค่เสียค่าบริการให้กับ Service Provider ที่ทำหน้าที่ลากสายมาที่บ้านเราเท่านั้นเอง) สิ่งนี้จึงนำมาซึ่งนิยามของ “สื่อใหม่” หรือ New Media ที่ใคร ๆ ก็เป็นเจ้าของได้ และไม่จำเป็นต้องพึ่งทรัพยากรมหาศาลอีกแล้ว

แล้วอวกาศ New Space และ Traditional Space เป็นยังไง

ให้เรานึกภาพกรณีเดียวกันกับเรื่องเมื่อกี้นี้ แต่ลองคำนึงถึงปัจจัยว่าการสำรวจอวกาศใช้อะไร หรือนำมาซึ่งอะไรบ้าง ซึ่งเราจะโยน Keyword หลัก ๆ ให้ เช่น จรวด, วงโคจร, ยานอวกาศ, นักบินอวกาศ, การถ่ายภาพจากวงโคจร, GPS, เชื้อเพลิง, ฐานปล่อยจรวด พอ! หยุดแค่นี้ก่อน แล้วลองสำรวจ Keyword พวกนี้ เราจะสามารถเชื่อมโยง Keyword พวกนี้เข้ากับทหารและสงครามได้หมดเลย จรวดนั้นเกิดจากขีปนาวุธ, วงโคจรเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะถ้าใครที่เคยเรียน รด. ทหารจะชอบบอกว่าขอบเขตของประเทศเลยขึ้นไปจนถึงอวกาศ, นักบินอวกาศส่วนมากมาจากนักบินรบเพราะต้องอดทนต่อแรงต้านมหาศาล, GPS ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ใช้ในกองทัพ, ฐานปล่อยจรวดอยู่ในเขตทหาร และอื่น ๆ สุดแต่เราจะเชื่อมโยง

ดาวเทียมกลุ่ม Global Positioning System หรือ GPS ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มา – USAF

นี่คืออวกาศในยุคแรกหมดเลย ให้เราลองนึกภาพการแข่งขันกันในช่วงสงครามเย็น แม้ NASA จะประสบความสำเร็จในการฉีกภาพของการสำรวจอวกาศออกมาจากกิจการทางทหาร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็ยังเกี่ยวข้องกันอยู่ดี จะปล่อยจรวดยังต้องขอกองทัพอากาศ หรือจรวดหลาย ๆ ลำที่ NASA ใช้ก็มีพื้นฐานมาจากขีปนาวุธข้ามทวีป เช่นจรวด Titan ที่ใช้ในการปล่อยยาน Voyager 1 และ 2 ที่โด่งดัง

ทีนี้ก็เหมือนกับสื่อ พอมาถึงยุคยุคหนึ่งอวกาศถูกนำมาใช้ในมิติของพลเรือนมากขึ้น สหรัฐฯ เปิดให้ใครก็ได้สามารถใช้งาน GPS ที่เป็นของกองทัพ มีการเซ็น Outer Space Treaty of 1967 และ The Moon Treaty of 1979 เพื่อเปิดโอกาสการสำรวจอวกาศเพื่อสันติ เริ่มเกิดการสัมปทานงานอวกาศให้กับบริษัท เช่น โครงการกระสวยอวกาศของ NASA การทำจรวดต่าง ๆ ซึ่งบริษัทที่เข้ามาทำก็จะเป็นแก๊งเดียวกับที่รับงานด้านกองทัพ เช่น Boeing, Lockheed Martin ต่าง ๆ (ให้นึกภาพว่า เหมือนกับเราไปช่องทีวีบนความถี่คลื่นของทหาร)

ทีนี้ ยุคของ New Space เริ่มส่องแสงตอนที่มีการปลดล็อกข้อกฎหมายต่าง ๆ ให้เอกชนสามารถเข้ามาสานต่อทรัพยากรที่ถูกปลดล่อยมาอีกทีจากมรดกของสงครามเย็น เช่น วงโคจร การปล่อยจรวด ต่าง ๆ เกิดเป็นธุรกิจอวกาศขึ้นมา ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพกับ New Media มันคือการที่อินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นมาแล้วทุกคนเริ่มสามารถสร้างอะไรของตัวเองได้ ในขณะที่อเมริกาเริ่มมีการปลดล็อกอวกาศให้กับเอกชน มีโครงการ Commercial Resupply Program สนับสนุนให้เอกชนทำยานอวกาศได้เต็มที่ ตามมาด้วยโครงการ Commercial Crew ในฝั่งยุโรปเอง องค์กรอวกาศยุโรป ESA (ซึ่งเจ๋งตรงที่ไม่ได้มาจากสงคราม) ก็สามารถรวมบริษัทต่าง ๆ ขึ้นมา เกิดการรวมกลุ่มของบริษัทที่ช่วงแรก ๆ เก่งเรื่องดาวเทียมสื่อสาร เช่น Thales, Airbus ต่าง ๆ มาถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้กับเทคโนโลยีและวิธีคิดทางธุรกิจ ใหม่ ๆ ด้านอวกาศ

จนถึงวันที่ SpaceX สามารถส่งยานขึ้นไปเทียบสถานีอวกาศนานาชาติได้ วันนั้นเรามองว่ายุคของ New Space ได้เริ่มต้นแล้วอย่างจริงจัง

แล้ว New Space หน้าตาเป็นยังไง

ตอบแบบกำปั้นทุบดิน New Space ก็คือสิ่งที่ไม่ใช่ Old Space (ฮา) ก็คือ ถ้าการทำสัมปทานดาวเทียมจากทหารคือ Old Space ดังนั้น New Space ก็คือการที่ใครก็ได้สามารถที่จะทำดาวเทียมของตัวเองส่งขึ้นไปบนอวกาศได้ (เช่น โครงการ CubeSat หรือแม้กระทั่งการสำรวจอวกาศของเด็กมัธยมต่าง ๆ) ถ้า Old Space คือจรวดที่มีพื้นฐานมาจากขีปนาวุธ New Space ก็คือการที่บริษัทเอกชน ทำจรวดขึ้นมาเองโดยอาศัยการศึกษาเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น บริษัท SpaceX, Blue Origin หรือ Rocket Lab

New Space เป็นผลผลิตจากการที่ทรัพยากรอวกาศ หรือสิ่งที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาการด้านอวกาศเทคโนโลยี ถูกโยนลงมาให้เอกชนสามารถครอบครองได้ New Space คือจุดที่อวกาศเกิดการ Commercialize ในระดับที่เรารู้สึกว่าต้นทุนมันต่ำมากและเกิดธุรกิจใหม่ ๆ ขึ้นตามใจและไอเดียของเอกชนหรือนักธุรกิจเอง

ดังนั้นย้อนกลับไปที่งาน New Space Europe ถ้าเราลองย้อนกลับไปดู Video ของงานในปีก่อน ๆ เราจะเห็นการพูดถึงหัวข้อที่ใหม่มาก ๆ อย่างเช่น การทำยานอวกาศเอง (เมื่อก่อนทำไม่ได้แน่ ๆ) การทำเหมืองบนดวงจันทร์ (อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่) หรือการใช้ทรัพยากรอวกาศในแบบที่ไม่ใช่แค่ดาวเทียม ซึ่งแน่นอนว่าปัจจัยที่ทำให้ New Space เกิดได้ก็ได้แก่

  • การรู้เท่าทันเทคโนโลยีและ Demand ด้านอวกาศของภาครัฐ ที่นำไปสู่การปลดล็อกกฎหมายต่าง ๆ และปล่อยให้เอกชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ อย่างไรก็ตามการปลดล็อกกฎหมายต่าง ๆ ต้องมีการวางกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว ต้องเป็นรัฐนำทุน ไม่ใช่ทุนนำรัฐ ทั้งนี้ก็เพื่อยังรักษาให้การใช้ประโยชน์ของทรัพยากรอวกาศเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คนทั้งประเทศ รักษาสิทธิ์ขั้นพื้นฐานให้กับคนในประเทศ
  • การรวมตัวกันเพื่อร่างกฎบัติสากล หรือกฎบัติภูมิภาค Treaties ต่าง ๆ เพื่ออำนาจในการต่อรอง การเจรจากับประเทศที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจ การทหาร ทำให้สามารถที่จะกำหนดทิศทางของภูมิภาคหรือกลุ่มประเทศไปสู่ความร่วมมืออะไรบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น Artemis Accords ที่พูดถึงการใช้ทรัพยากรบนดวงจันทร์อย่างสันติ

การเกิดขึ้นของ New Space นั้นมีนัยสำคัญมาจากทางฝั่งยุโรป ซึ่งน่าสนใจตรงที่ยุโรปนั้นจริง ๆ แล้วมีบริษัทเทคโนโลยีที่มีเทคโนโลยีเยอะมาก แถมยังมี Airbus ซึ่งเป็นตัวอย่างของการรวมตัวกันของประเทศในกลุ่มยุโรป ซึ่ง Airbus เอง ก็ได้พูดถึงการเกิดขึ้นของ New Space Airbus เรียกร้องให้ EU มีการผลักดันกิจการอวกาศและผ่านร่างกฎหมายที่เอื้อให้เอกชนสามารถใช้ทรัพยากรต่าง ๆ และกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ ในการใช้งานอวกาศ

ภาพจำลองยาน Starship ของ SpaceX ที่กำลังนำ Payload ลงสู่ผิวดวงจันทร์ตามสัญญาจ้าง CLPS ที่มา – SpaceX

เพื่อเป็นตัวอย่างมา Support แนวคิดของเราด้านบน Tech Crunch เคยพูดถึง 4 เสาหลักของ New Space คือความสามารถในการปล่อยยานอวกาศ, ตัวดาวเทียมและการผลิตดาวเทียม, การใช้งานสัญญาณดาวเทียม และ การจัดการกับ Data ขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเราจะเห็นว่ามันคือสิ่งที่เคยเป็น Old Space มาก่อน แค่จะมีการเปลี่ยนมือผู้เล่นเท่านั้นเอง

อ่าน – ทุนนิยมบนดวงจันทร์ ทำไม NASA ให้ SpaceX, Blue Origin ช่วย เศรษฐศาสตร์ของการกลับสู่ดวงจันทร์

ที่สำคัญคือ New Space นั้น Back ดีมาก เพราะไปตรงกับแนวคิดของ UNOOSA

ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงเรื่องของ UNOOSA ไปแล้วในบทความเรื่อง Democratizing Access to Space อวกาศเป็นของราษฎรและมนุษยชาติ ให้เรามองว่า การเข้าถึงทรัพยากรอวกาศทั้งในแง่ของการเข้าถึงแบบจับต้องได้จริง ๆ และการเข้าถึงในเชิงความรู้ Awareness นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ UN ซึ่งหลายคนรู้กันดีว่าเกิดขึ้นมาจากสงครามโลกครั้งที่สอง และมีข้อตกลงในเชิงสิทธิมนุษยชน (Universal Declartion of Human Rights) แล้ว อีกหน้าที่หนึ่งของ UN ก็คือการให้ความรู้กับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องอวกาศแล้ว เราก็จะนึกถึงชาติมหาอำนาจ คำถามก็คือ แล้วประเทศเล็ก ๆ จะมีส่วนร่วมและรู้ไหมว่าตัวเองนั้นสำคัญและมีบทบาทอะไรในวงการอวกาศโลก ถ้าใช่พวกเขาจะทำอะไรได้? การเกิดขึ้นของ UNOOSA จึงมีมาเพื่อช่วยเหลือให้ประเทศกำลังพัฒนา (รวมถึงไทย) สามารถเข้าใจต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้

เมื่อ New Space และ Space Democratizing มีแนวคิดแบบเดียวกัน คือการกระจายทรัพยากรให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ได้ และแนวโน้มของโลกคือการพัฒนาไปสู่สันติในแง่สิทธิมนุษยชน ธุรกิจอวกาศ (Space Commercialization) จึงเป็นหัวข้อหนึ่งที่ UN ให้ความสำคัญ ร่วมกับ Space Education หรือการเรียนรู้ศึกษาเรื่องอวกาศ เพื่อให้เราสามารถอยู่ร่วมโลกกันได้ โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังนั่นเอง

New Space ในไทยเกิดหรือยัง?

New Space จริง ๆ เกิดขึ้นในไทยมาไม่นาน เพราะแม้ว่าเราจะมีดาวเทียมมาตั้งแต่ยุค Thaicom รุ่งเรือง แต่แนวคิดของ Thaicom นั้นยังคงเป็นโมเดลของ Old Space หรือดาวเทียม THEOS-1 ของ GISTDA นั้นก็ยังเป็น Old Space เนื่องจากยังขาดการใช้ประโยชน์เชิงการค้าจากฝั่งเอกชน

ในช่วงปี 2018 เป็นต้นมา เริ่มมีแนวคิดของการร่างนโยบายกิจการอวกาศแห่งชาติ พร้อมกับการเกิดขึ้นใหม่ของบริษัทอวกาศ ตั้งแต่ Space Zab, mu Space, Astroberry และล่าสุดก็คือ NBSpace ที่ทั้งสามกลุ่มนี้สามารถมองได้ว่าเป็น New Space เพราะสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง จะขาดก็แต่การผลักดันโดยรัฐและการปลดล็อกกฎหมายอะไรบางอย่างเพื่อให้บริษัทเหล่านี้สามารถทำการค้าได้บนทความเข้าใจของตลาด

คุณเจมส์ mu Space ขณะเปิดตัวโครงการ Data Center Constellation ที่ทำร่วมกับ TOT ที่มา – mu Space

จากกรณีของ ดร.เอนก ที่พูดถึงโครงการไปดวงจันทร์ ซึ่งภายหลังถูกเปิดตัวในชื่อโครงการ Thai Space Consortium ซึ่งมุ่งเน้นไปในการทำดาวเทียมวิทยาศาสตร์ ทำให้เรามีประเด็นที่น่าสนใจมาชวนคิด ว่า Thai Space Consortium อาจจะเป็นดาวเทียมวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งจากความสามารถของทีม NARIT, GISTDA, SLRI อย่างไร้ข้อกังขา เพราะแค่ NARIT ก็มีผลงานเยอะแยะ ทำเองตั้งแต่ตอกเสาเข็มหอดูดาวยัน เคลือบกระจกกล้องให้โครงการนานาชาติ แต่! คำถามก็คือ TSC นั้นจะนำมาซึ่ง New Space ได้จริง ๆ หรือเปล่า ความท้าทายมาตกที่ NIA ซึ่งมาเข้าร่วมกับ Consortium และต้องการผลักดันธุรกิจอวกาศให้เกิดขึ้นในไทย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี

แต่สิ่งนี้ก็นำมาซึ่งคำถามที่เราเองก็สงสัยว่า จริง ๆ แล้ว TSC เป็นโครงการที่จะช่วยกระตุ้น New Space จริง ๆ หรือเปล่า? เพราะอย่างที่บอกว่าการพัฒนา New Space นั้นต้องนำมาซึ่งความสามารถของเอกชน เทคโนโลยี Ecosystem ความเพรียบพร้อมในเชิงนโยบาย การปลดล็อกกฎหมายของรัฐ แต่ TSC นั้นเรียกได้ว่าวัตถุประสงค์หลักแทบจะเป็น Scientific Standalone (ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะโครงการพวกนี้จะ Inspire เด็ก ๆ และผลักดันขีดจำกัดด้านวิชาการอยู่แล้ว) จึงน่าจับตามองว่า จริง ๆ แล้วแม้ว่าไทยจะมี TSC แต่ TSC ไม่ได้เป็นโครงการที่นำมาซึ่ง New Space ตรง ๆ การเกิดขึ้นของ New Space จริง ๆ ในไทย จึงน่าจะมาจากผลพวงจาก TSC มากกว่าตัว TSC โดยตรง

หรือว่าเรากำลังคาดหวังกับ TSC มากเกินไปว่ามันจะมี function ทำได้ทุกอย่าง? ทั้งที่จริง ๆ มันก็คือ Spacecraft program ที่มา push ด้าน tech and sci เพื่อเตรียมคนไปสู่ chapter ต่อไปเท่านั้น

สรุปเดี๋ยวยาวเกิน ไว้บทความหน้าบ้าง

สรุปก็คือ เราสามารถนิยาม New Space กับ Old Space/Traditional Media ได้คล้ายกับการนิยาม New Media กับ Traditional Media โดยสนใจที่มาที่ว่าใคร ๆ ก็สามารถครอบครองทรัพยากรที่ใช้ในการสำรวจอวกาศได้ และโดยรวมแล้ว New Space กำลังเป็น Trend ที่น่าจับตามองของโลก โดยเฉพาะจากฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป

ซึ่ง New Space ก็นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การสำรวจอวกาศก้าวหน้าไปมากเพราะไม่ใช่แค่มันจะช่วยให้มนุษย์ได้ทำอะไรเจ๋ง ๆ อย่างการทำเหมืองบนดาวเคราะห์ดวงอื่น หรือการสำรวจดวงจันทร์ ดาวอังคารในมิติใหม่ ๆ มันยังเป็นการทำให้การสำรวจอวกาศนั้นมีความยั่งยืนมากกว่าแค่การไปดวงจันทร์แล้วกลับ เหมือนกับที่มนุษย์กลุ่มหนึ่งได้วางรากฐานไว้ในอดีต

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co





MORE