วันที่ 5 ของภารกิจ Artemis II วันที่ 6 เมษายน 2026 ตามเวลาประเทศไทย วันนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเดินทาง เมื่อยาน Orion เข้าใกล้ดวงจันทร์ในระยะประมาณ 80,000 กิโลเมตร ก่อนเข้าสู่ช่วงของการบินโฉบรอบดวงจันทร์ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในช่วงสายของวัน เมื่อเวลา 10:00 ตามเวลาประเทศไทย ยาน Orion ได้จุดเครื่องยนต์ Auxiliary Engines จำนวน 8 ตัว เป็นระยะเวลา 19 วินาที เพื่อทำ Outbound Trajectory Correction Burn หรือการปรับแก้เส้นทางการบินครั้งสุดท้ายก่อนเข้าใกล้ดวงจันทร์ การจุดเครื่องยนต์นี้มีเป้าหมายเพื่อ fine-tune trajectory ของยานให้แม่นยำที่สุด เพื่อให้การบินโฉบผ่านด้านหลังดวงจันทร์เป็นไปตามแผนที่วางไว้

ถัดมาในเวลา 11:38 นยาน Orion ได้เข้าสู่ Lunar Sphere of Influence หรือ SOI ของดวงจันทร์อย่างเป็นทางการ ซึ่งหมายความว่าแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์เริ่มมีอิทธิพลเหนือการเคลื่อนที่ของยานแล้ว อย่างไรก็ตาม เส้นทางของ Orion ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นวงโคจรแบบปิดหรือ Elliptical orbit รอบดวงจันทร์ แต่เป็น Trajectory แบบ Hyperbolic Flyby หรือการบินโฉบที่ยานจะใช้แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ในการเหวี่ยงตัวกลับสู่โลกในลักษณะ Free-Return Trajectory ซึ่งเป็น Design ที่เน้นความปลอดภัยสูงสุดในภารกิจทดสอบมนุษย์ครั้งแรกของ Artemis
ในฝั่งของลูกเรือ กิจกรรมหลักของวันนี้ยังคงเน้นไปที่การเตรียมความพร้อมทั้งในเชิงระบบและมนุษย์ ลูกเรือทั้งสี่ ได้แก่ Reid Wiseman, Victor Glover, Christina Koch และ Jeremy Hansen ได้ทำการทดสอบชุด Orion Crew Survival System Suits อย่างละเอียด ทั้งการตรวจสอบการรั่ว การจำลองการเข้า-ออกที่นั่ง รวมถึงการทดลองทำกิจกรรมพื้นฐานอย่างการรับประทานอาหารและดื่มน้ำในชุดอวกาศ ชุดดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น Cabin Depressurization และจะถูกใช้งานจริงในช่วงการเดินทางกลับสู่โลก

การทดสอบครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ “ลองใส่ชุด” แต่เป็นการ Verify ว่าลูกเรือสามารถใช้ชีวิตอยู่ในระบบสำรองได้จริงใน Worst-Case Scenario ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ NASA ที่ออกแบบ Artemis II ให้เป็นภารกิจที่ปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ในขณะเดียวกัน Mission Control ที่ NASA Johnson Space Center ก็กำลังทำงานอย่างเข้มข้น โดยได้ส่งรายการเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์สุดท้ายให้กับลูกเรือ ซึ่งประกอบไปด้วยจุดสังเกตบนพื้นผิวดวงจันทร์กว่า 30 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ Orientale Basin แอ่งอุกกาบาตขนาดเกือบ 1,000 กิโลเมตร ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3,800 ล้านปีก่อน และยังคงรักษาโครงสร้างวงแหวนจากแรงกระแทกไว้ได้อย่างชัดเจน ลูกเรือจะทำการถ่ายภาพและสังเกตการณ์ในหลายมุมระหว่างการบินผ่าน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจธรณีวิทยาของดวงจันทร์ในระดับที่ละเอียดขึ้น
อีกหนึ่งช่วงเวลาที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ของภารกิจนี้ คือการที่ Jeremy Hansen ได้รับ “เข็มนักบินอวกาศ” จากเพื่อนร่วมลูกเรือทั้งสามคน เนื่องจากนี่เป็นการเดินทางสู่อวกาศครั้งแรกของเขา โดยปกติแล้วเข็มดังกล่าวจะถูกมอบหลังภารกิจเสร็จสิ้น แต่สำหรับ Artemis II มันถูกมอบให้กลางทาง ระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางออกจากโลกไปสู่ดวงจันทร์

หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้งหมด ลูกเรือจะเข้าสู่ช่วงพักผ่อน เพื่อเตรียมร่างกายและสมาธิสำหรับเหตุการณ์สำคัญที่สุดของภารกิจ นั่นคือการบินโฉบรอบดวงจันทร์ ซึ่งจะเริ่มต้นในเวลา 00:30 ของวันที่ 7 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย และจะนำพามนุษย์กลับไปสู่บริเวณใกล้ดวงจันทร์อีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ
วันที่ 1 ยาน Orion แยกตัวกับ ICPS ทดสอบ Proximity Operations และ Apogee Rise Burn
วันที่ 2 จุดเครื่อง TLI สำเร็จ เริ่มต้นเดินทางสู่ดวงจันทร์
วันที่ 3 อีกครึ่งทางถึงดวงจันทร์ และส้วมพังอีกแล้ว
วันที่ 4 เตรียมพร้อม บินโฉบดวงจันทร์
วันที่ 5 เดินทางถึงดวงจันทร์แล้ว เตรียมเริ่มต้นการสำรวจ
วันที่ 6 เข้าใกล้ดวงจันทร์มากที่สุด ศึกษาและเก็บข้อมูลวิทยาศาสตร์
วันที่ 7 วันพักผ่อน และพูดคุยกับสถานีอวกาศนานาชาติ
วันที่ 8 ศึกษาผลกระทบร่างกายก่อนกลับโลก
วันที่ 9 วันสุดท้ายในอวกาศ
เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co
* ตัวเลขในบทความ ระยะห่าง วงโคจร อ้างอิงจากข้อมูล Ephemeris หลังจากการทำ Trans-Lunar Injection ที่ถูกปล่อยออกมาโดย NASA และอยู่ในฐานข้อมูล JPL Horizons คำพูดของลูกเรือ และบทสนทนาระหว่างลูกเรือและ Mission Control ถอดมาจากถ่ายทอดสดของ NASA TV