Artemis II วันที่ 9: วันสุดท้ายในอวกาศ

เข้าสู่ Flight Day 9 ซึ่งถือเป็น “วันสุดท้ายเต็ม ๆ ในอวกาศ” ของลูกเรือภารกิจ Artemis II ก่อนการกลับสู่โลกในวันถัดไป โดยในช่วงเช้า ยาน Orion อยู่ห่างจากโลกประมาณ 237,100 กิโลเมตร และกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ช่วง final approach อย่างต่อเนื่อง นี่คือช่วงที่ทุกอย่างต้องเริ่ม “ล็อก” เข้าสู่ Configuration สำหรับการกลับโลก

กิจกรรมหลักของวันจึงไม่ได้เน้นงานด้านวิทยาศาสตร์ หรือการทดสอบใหม่ ๆ อีกต่อไป แต่เป็นการ “เตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับ Re-entry” อย่างละเอียดที่สุด ลูกเรือเริ่มต้นด้วยการจัดสภาพภายในยานหรือ Cabin Configuration ใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเก็บอุปกรณ์ที่ใช้งานระหว่างภารกิจ ถอด Cargo Netting ปรับตำแหน่งที่นั่ง และตรวจสอบให้ทุกอย่างถูกยึดแน่นหนา

ควบคู่กัน ลูกเรือยังต้องรีวิวข้อมูลสำคัญทั้งหมดอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Weather Briefing ในพื้นที่ลงจอด สถานะของทีม Recovery และ Timeline ของภารกิจทั้งหมดรวมถึงขั้นตอน Post-Landing Operation ซึ่งจริง ๆ แล้วซับซ้อนไม่แพ้ช่วงบินเลย

ยาน Orion ในภาพนี้จะเห็นตัว Service Module ที่จะต้องถูกสลัดออกก่อนกลับสู่โลก ที่มา – NASA

อีกหนึ่ง Milestone ของวันนี้คือการทำ Return Trajectory Correction Burn ครั้งที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 10 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย เป็นการจุดเครื่องยนต์เพื่อปรับ Trajectory ของยานให้แม่นยำที่สุดสำหรับการเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกให้ตรงกับบริเวณ Entry Corridor ซึ่งเป็นช่วงที่ผิดพลาดไม่ได้เข้าชันไปก็ไหม้ เข้าตื้นไปก็เด้งออกสู่อวกาศใหม่ การ Burn ครั้งนี้จึงเป็นการ “จุดเครื่องยนต์ครั้งสุดท้ายก่อนของจริง” โดย Jeremy Hansen ทำหน้าที่ตรวจสอบขั้นตอนและ Monitor ระบบนำทางและ Propulsion อย่างใกล้ชิด 

ในขณะเดียวกัน ทีมภาคพื้นดินก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเตรียม Recovery โดยกำหนดลงจอดแบบ Splashdown ถูกวางไว้ในช่วงเช้าวันที่ 11 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย นอกชายฝั่ง San Diego ซึ่งจะมีเรือ USS John P. Murtha เป็นศูนย์กลางของปฏิบัติการกู้ภัย พร้อมเฮลิคอปเตอร์ MH-60 Seahawk ที่เตรียมบินไปรับลูกเรือจากแคปซูลหลังลงจอด

ขั้นตอนคือ Service Module ของ Orion จะถูกแยกออกจากตัวยาน ก่อนเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก จากนั้นในเวลา 06:37 ตามเวลาประเทศไทย จะมีการจุดเครื่องยนต์ปรับ Trajectory ครั้งสุดท้าย เพื่อให้มุมตกกระทบชั้นบรรยากาศแม่นยำที่สุด

เฮลิคอปเตอร์ Seahawk ของกองทัพเรือฯ เตรียมพร้อมสำหรับการเก็บกู้ลูกเรือ ที่มา – NASA/Bill Ingall

เมื่อยานเข้าสู่ชั้นบรรยากาศที่ระดับประมาณ 120 กิโลเมตรในเวลา 06:53 จะเกิดพลาสม่า ห่อหุ้มยาน ทำให้การสื่อสารกับภาคพื้นดินหายไปชั่วคราวราว 6 นาที ซึ่งเป็นช่วง Blackout ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นหนึ่งในเหตุการณ์คลาสสิกของการกลับจากอวกาศโดยในช่วงนี้ลูกเรือจะเผชิญแรง G สูงสุดประมาณ 3.9 G ก่อนที่ยานจะชะลอความเร็วลง

หลังจากกลับมาสื่อสารได้อีกครั้ง ขั้นตอนการลงจอดจะเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยในเวลา 07:03 ร่มชูชีพขนาดเล็กหรือ Drogue Parachutes จะเริ่มกาง และตามด้วยร่มหลัก 3 ชุดในเวลา 07:04 เพื่อลดความเร็วของยาน ก่อนที่ Orion จะลงจอดแบบ Splashdown ลงในมหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนียในเวลา 07:07 ตามเวลาไทย

หลังจากลงจอด ทีมกู้ภัยจะเข้าปฏิบัติการทันที โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงลูกเรือออกจากยานภายในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และนำตัวไปยังเรือ USS John P. Murtha เพื่อทำการตรวจสุขภาพ ก่อนส่งกลับไปยังศูนย์ของ NASA Johnson Space Center ถือเป็นการปิดฉากภารกิจ Artemis II อย่างสมบูรณ์

วันที่ 1 ยาน Orion แยกตัวกับ ICPS ทดสอบ Proximity Operations และ Apogee Rise Burn
วันที่ 2 จุดเครื่อง TLI สำเร็จ เริ่มต้นเดินทางสู่ดวงจันทร์
วันที่ 3 อีกครึ่งทางถึงดวงจันทร์ และส้วมพังอีกแล้ว
วันที่ 4 เตรียมพร้อม บินโฉบดวงจันทร์
วันที่ 5 เดินทางถึงดวงจันทร์แล้ว เตรียมเริ่มต้นการสำรวจ
วันที่ 6 เข้าใกล้ดวงจันทร์มากที่สุด ศึกษาและเก็บข้อมูลวิทยาศาสตร์
วันที่ 7 วันพักผ่อน และพูดคุยกับสถานีอวกาศนานาชาติ
วันที่ 8 ศึกษาผลกระทบร่างกายก่อนกลับโลก
วันที่ 9 วันสุดท้ายในอวกาศ

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

* ตัวเลขในบทความ ระยะห่าง วงโคจร อ้างอิงจากข้อมูล Ephemeris หลังจากการทำ Trans-Lunar Injection ที่ถูกปล่อยออกมาโดย NASA และอยู่ในฐานข้อมูล JPL Horizons คำพูดของลูกเรือ และบทสนทนาระหว่างลูกเรือและ Mission Control ถอดมาจากถ่ายทอดสดของ NASA TV

Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.